กลุ่มงานวิจัย: โครงการ ศึกษาความพร้อมและการปรับตัวของสาขาบริการโลจิสติกส์ของไทยต่อการเปิดเสรีการค้าบริการ
Title:     
โครงการ ศึกษาความพร้อมและการปรับตัวของสาขาบริการโลจิสติกส์ของไทยต่อการเปิดเสรีการค้าบริการ
Categories:      งานวิจัยปี 2009
BookID:      4
Authors:      คณะผู้วิจัยฯ ศูนย์วิจัยโลจิสติกส์และการจัดการ วิทยาลัยการขนส่งและโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยบูรพา
ISBN-10(13):      07100853
Number of pages:      0
Language:      English
Price:        
Rating:      0 
Picture:      no-img_eng.gif
ebook:      Download ebook
Description:     
หลายปีที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาธุรกิจด้านการ
บริการโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการให้บริการด้านการขนส่งและการบริหารคลังสินค้าเพื่อให้
เจริญก้าวหน้าเพื่อรองรับและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเพื่อเพิ่มขีด
ความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ที่ประเทศต่างๆ กระตุ้นให้
ประเทศคู่ค้ามีการเปิดเสรีการค้าเพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันนี้มีหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ชิลี จีน
เกาหลีใต้ ฮ่องกง นอร์เวย์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และสหภาพยุโรป ขอให้ไทยเปิดตลาด
โลจิสติกส์ในการเจรจาระดับทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี โดยขอให้ไทยเปิดตลาดบริการขนส่ง
สินค้าและผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าเรือและขนถ่ายสินค้า เป็นต้น
รัฐบาลไทยกำหนดให้การจัดทำเขตการค้าเสรีเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกของไทยในการค้า
ระหว่างประเทศ ประเด็นเกี่ยวกับการเปิดเสรีของธุรกิจบริการ โดยเฉพาะธุรกิจการให้บริการโลจิ
สติกส์ถือเป็นหัวข้อหนึ่งที่สำคัญที่ประเทศคู่เจรจา มีความสนใจอยากให้ประเทศไทยเปิดเสรี
ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ และประเมินประโยชน์และผลกระทบที่คาดว่า
จะเกิดขึ้นก่อน ระหว่างและภายหลังการเปิดเสรีที่มีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้ให้บริการโลจิสติกส์
ของไทยเสียก่อน อีกทั้งจัดให้มีการประเมินความพร้อมและความเหมาะสมในการเปิดเสรีของธุรกิจ
การให้บริการโลจิสติกส์ของประเทศไทย
การศึกษาดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถจะประเมินผลกระทบและกำหนดท่าทีใน
การเจรจากับประเทศคู่เจรจาเพื่อลดผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับองค์กรและผู้ที่เกี่ยวข้องและยัง
ช่วยให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทยมีการเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนอีก
ทั้งผู้ประกอบการภาคธุรกิจสามารถใช้บริการโลจิสติกส์ที่มีต้นทุนที่ต่ำและมีคุณภาพการให้บริการ
ที่มีมาตรฐานสากลโดยผลของการพัฒนาของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์นี้จะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจ
ของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
หลายปีที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาธุรกิจด้านการบริการโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการให้บริการด้านการขนส่งและการบริหารคลังสินค้าเพื่อให้เจริญก้าวหน้าเพื่อรองรับและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ที่ประเทศต่างๆ กระตุ้นให้ประเทศคู่ค้ามีการเปิดเสรีการค้าเพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันนี้มีหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ชิลี จีนเกาหลีใต้ ฮ่องกง นอร์เวย์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และสหภาพยุโรป ขอให้ไทยเปิดตลาดโลจิสติกส์ในการเจรจาระดับทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี โดยขอให้ไทยเปิดตลาดบริการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าเรือและขนถ่ายสินค้า เป็นต้นรัฐบาลไทยกำหนดให้การจัดทำเขตการค้าเสรีเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกของไทยในการค้าระหว่างประเทศ ประเด็นเกี่ยวกับการเปิดเสรีของธุรกิจบริการ โดยเฉพาะธุรกิจการให้บริการโลจิสติกส์ถือเป็นหัวข้อหนึ่งที่สำคัญที่ประเทศคู่เจรจา มีความสนใจอยากให้ประเทศไทยเปิดเสรีดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ และประเมินประโยชน์และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อน ระหว่างและภายหลังการเปิดเสรีที่มีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทยเสียก่อน อีกทั้งจัดให้มีการประเมินความพร้อมและความเหมาะสมในการเปิดเสรีของธุรกิจการให้บริการโลจิสติกส์ของประเทศไทยการศึกษาดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถจะประเมินผลกระทบและกำหนดท่าทีในการเจรจากับประเทศคู่เจรจาเพื่อลดผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับองค์กรและผู้ที่เกี่ยวข้องและยังช่วยให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทยมีการเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนอีกทั้งผู้ประกอบการภาคธุรกิจสามารถใช้บริการโลจิสติกส์ที่มีต้นทุนที่ต่ำและมีคุณภาพการให้บริการที่มีมาตรฐานสากลโดยผลของการพัฒนาของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์นี้จะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป