Wednesday, 27 February 2013 23:58

กรุงเทพฯศูนย์รวมศก.3.5ล้านล้านรับเออีซี

Written by 
Rate this item
(0 votes)

 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยผลสำรวจ กรุงเทพมหานครศูนย์รวมด้านเศรษฐกิจของไทยและอาเซียน

 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงาน "เศรษฐกิจกรุงเทพฯ และยุทธศาสตร์การพัฒนา เพิ่มความพร้อมสู่ AEC" ระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่ไม่เพียงเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของอาเซียนด้วย โดยเป็นที่รวมของประชากรตามทะเบียนราษฎร์ 5,676,765 คน (ก.พ.2556) หากรวมประชากรแฝงกรุงเทพฯมี 8,839,022 คน หรือประมาณ 14% ของประชากรทั้งประเทศ และหากนับรวมประชากรที่เดินทางจากปริมณฑลโดยรอบที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ และชาวต่างชาติ จะพบว่ามีประชากรในกรุงเทพฯมากกว่า 10 ล้านคน

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ของกรุงเทพฯ อาจมีมูลค่าถึง 3.55 ล้านล้านบาทในปี 2555 คิดเป็นสัดส่วน 29% ของจีดีพีทั้งประเทศ สัดส่วนเศรษฐกิจกรุงเทพฯลดลงมากในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา จากที่เคยสูง 35% ในปี 2545 เนื่องจากมีการกระจายกิจกรรมบางประเภทออกไปสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะการผลิตในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ตลาดผู้บริโภคในกรุงเทพฯค่อนข้างอิ่มตัวแล้ว ผู้ประกอบการหันออกไปขยายโอกาสทางการตลาดในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพสูงขึ้น ตามกำลังรายได้และการขยายความเป็นเมือง (Urbanization) ทำให้ผู้บริโภคในต่างจังหวัด ต้องการยกระดับมาตรฐานการดำเนินชีวิตให้ทันสมัยและสะดวกสบายในรูปแบบสังคมเมืองมากขึ้น อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจกรุงเทพฯ จึงมีระดับต่ำกว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เห็นได้จากอัตราการขยายตัวเฉลี่ยของกรุงเทพฯ ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา (2546-2555) อยู่ในระดับ 3.7% เทียบกับค่าเฉลี่ยอัตราการขยายตัวของจีดีพีอยู่ที่ระดับ 4.2%

ถึงกระนั้น กรุงเทพฯก็ยังคงบทบาทความเป็นมหานครแห่งสีสันหลากหลาย เป็นศูนย์รวมทั้งในด้านการค้า แหล่งช้อปปิ้งที่นำเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ การท่องเที่ยว แหล่งวัฒนธรรมและโบราณสถาน ศูนย์กลางการเงิน การขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะด้านการบิน การสื่อสารและโทรคมนาคม ศูนย์กลางบริการด้านบันเทิง สุขภาพ และการศึกษา ด้วยจุดเด่นการเป็นเมืองธุรกิจที่ยังคงมีความผสมผสานกับศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และสถานที่ท่องเที่ยว ได้อย่างลงตัว จึงทำให้กรุงเทพฯ ได้รับรางวัล “เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก” และเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 1 ของเอเชีย

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความคับคั่งแออัดของเมือง นำมาซึ่งปัญหาหลายด้าน ไม่แตกต่างจากเมืองหลวงของหลายๆประเทศ ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เพราะความก้าวหน้าของความเจริญจากการเป็นศูนย์กลางในการทำธุรกิจ ทำให้ประเด็นปัญหาทางสังคมและคุณภาพชีวิตเกิดขึ้นตามมา เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่มีความหนาแน่นของจำนวนประชากรต่อพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นมากในเวลากลางวัน แต่จะลดลงในเวลากลางคืน แม้ว่าความหนาแน่นของประชากรของกรุงเทพฯ อาจถือว่าน้อยกว่าเมืองหลวงของหลายประเทศในอาเซียน อย่าง มะนิลา จาการ์ตา สิงคโปร์ และกัมลาลัมเปอร์ แต่หนึ่งในปัญหาที่เรื้อรังของกรุงเทพฯ คือ ระบบการจราจรที่มีความคับคั่ง

สถิติที่อาจสะท้อนภาพดังกล่าวได้ คือ ปริมาณการใช้รถยนต์ผ่านระบบทางด่วนที่เข้า-ออกพื้นที่กรุงเทพฯ มีมากถึง 1.6 ล้านคันต่อวัน (ม.ค. 2556) ซึ่งหากเปรียบเทียบกับเมืองหลวงอื่นๆ ในอาเซียน กรุงเทพฯ มีจำนวนรถยนต์จดทะเบียนมากที่สุด โดยในปี 2555 ที่ผ่านมามีจำนวนรถยนต์ที่จดทะเบียนมากถึง 7.8 ล้านคัน และน่าจะทะลุ 8 ล้านคันในปี 2556

นอกจากนี้ ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ยังต้องเผชิญกับภาวะค่าครองชีพสูง ปัญหามลภาวะ ปัญหาสังคม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมไปถึงการรับมือภัยพิบัติ ดังเช่นเหตุการณ์มหาอุทกภัยในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ทำให้กรุงเทพยังมีประเด็นที่ต้องพัฒนา ปรับปรุงและแก้ไขอีกไม่น้อย

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ในปี 2556 นี้จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 4% โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของกิจกรรมในภาคการเงิน การท่องเที่ยว ภาคอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนธุรกิจบริการอื่นๆ อย่างไรก็ดี ประเด็นความท้าทายที่สำคัญในระยะต่อไปของกรุงเทพมหานคร คือการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวกรุงเทพฯ ให้มีความสมดุลของการกระจายรายได้ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยแม้ว่าในแง่มุมด้านเศรษฐกิจ กรุงเทพฯ อาจมีระดับความเจริญและมาตรฐานทางรายได้ที่สูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ แต่สิ่งที่ควรพัฒนายิ่งขึ้น คือ มาตรฐานในด้านคุณภาพทางสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งในด้านสาธารณูปโภค และศักยภาพของคน

บนก้าวย่างของการนับถอยหลังสู่การรวมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (ASEAN Economic Community) กรุงเทพมหานคร มีเป้าหมายต้องการที่จะเป็นมหานครหลวงศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนด้วย ขณะที่แต่ละนครหลวงของอาเซียนอาจมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป โดยกรุงเทพฯนับว่าเป็นศูนย์กลางที่มีความโดดเด่นในภาคการบริการ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพฯ มีเป้าหมายอีกหลายด้านที่ยังต้องพัฒนา ซึ่งการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันของกรุงเทพฯ นั้น ย่อมหมายถึงการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งจะเป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อไปสู่เป้าหมายการมหานครศูนย์กลางของอาเซียนไปพร้อมกันด้วย

Tags : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

 

Read 780 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35