Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 10:45

'ชวน'ชงเรื่อง บูมด่านช่องเม็ก ขึ้นที่สุดอินโดจีน

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:ฐานเศรษฐกิจ ว่าราชการอุบลราชธานีเดินหน้า บูม ด่านช่องเม็ก ทุ่มงบ 700 ล้านบาทขยายถนน 4 เลน รับข้อเสนอภาคเอกชนเจรจากับลาวลดปัญหาศุลกากร พร้อมสร้างจุดขายสู่ศูนย์กลางการค้าตลาดอินโดจีนซึ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟูการค้าและการท่องเที่ยวด่านช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2552 เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับกิจการชายแดนได้ร่วมกันระดมความคิดแนวทางพัฒนาและฟื้นฟูสภาพการค้าที่ซบเซาในสภาพปัจจุบันให้คึกคักขึ้นมาเหมือนในอดีต "ในเรื่องแรกคือการกำหนดจุดฟรีโซน (จุดผ่อนปรนเข้าออกแนวชายแดนทั้ง 2 ฝ่าย) เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวข้องกับด้านความมั่นคง ได้ขอความเห็นชอบจากส่วนกลางที่จะได้มีการสั่งการลงมา เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไปในการกำหนดจุดที่เหมาะสมของทั้ง 2 ฝ่าย รวมไปถึงปัญหาความยุ่งยากในเรื่องศุลกากรตรวจคนเข้าเมืองซึ่งจะมีความคืบหน้าในระยะต่อไป" ที่สำคัญยังมีโครงการขยายถนนหนทางในปี 52 โดยจะมีการปรับปรุงพัฒนาถนนจากอำเภอพิบูลย์มังสาหารถึงด่านพรมแดนช่องเม็กระยะทาง 40 กม.เศษ เดิมเป็นถนน 2 เลน ปรับปรุงพัฒนาขึ้นเป็นถนน 4 เลนด้วยงบประมาณการพัฒนา 700 กว่าล้านบาท ด้านนายกฤษฎา ทองธรรมชาติ นายด่านศุลกากรพิบูลย์มังสาหาร ควบคุมดูแลพื้นที่ด่านพรมแดนช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี กล่าวว่าตนมองว่าถึงเวลาที่จะต้องปลุกกระแสการค้าชายแดนทางด้านนี้ เหมือนกันกับชายแดนด้านอื่น เพื่อให้การท่องเที่ยวได้กลับมาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตลาดสินค้าจากจีนที่ทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง "ทางด่านศุลกากรพรมแดนช่องเม็กมีแนวความคิดว่า ทางผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ด่านพรมแดนช่องเม็ก น่าจะมีการรวมตัวกันเหมาสินค้าในรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จากจีนให้วิ่งผ่านมายังเส้นทางนี้เพราะสินค้าจีนจำนวนมากเช่น เสื้อผ้า - สิ่งของเครื่องใช้ - แว่นตา - นาฬิกา - ปากกา - ขนมขบเคี้ยว - ผลไม้สดเช่นแอปเปิล - สาลี่ - ลูกพลับ - ทับทิม ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่เหล่านี้เป็นสินค้าคุณภาพปานกลางราคาถูกสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ เมื่อมีพ่อค้าจีนเข้ามารายหนึ่งเชื่อว่าอีกหลายรายก็จะตามมา ซึ่งจะทำให้การค้าชายแดนกลับมาคึกคักได้อย่างแน่นอน"

Read 1591 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35