Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Print this page
Wednesday, 13 January 2010 10:45

การ์เมนต์ไทยออร์เดอร์ยังทะลัก โอเรียนตอลฯตั้งเป้า 1,000 ล้าน

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:ฐานเศรษฐกิจ โอเรียนตอล การ์เมนท์ยังยิ้มได้ ออร์เดอร์ลูกค้าประจำครึ่งแรก ยังทรงตัวระดับเดียวกับปีที่แล้ว ส่วนครึ่งหลังแนวโน้มยังสดใส ลูกค้ายังจองคิวแน่น ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 1,000 ล้านบาท ล่าสุดเตรียมทุ่มอีก 20 ล้านบาท ขยายโรงงานที่ชัยภูมิเพิ่มการจ้างงานอีก 600 คน นายชวลิต นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอเรียนตอล การ์เมนท์ จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้กับแบรนด์ชั้นนำของโลก เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ถึงสถานการณ์คำสั่งซื้อหรือออร์เดอร์จากต่างประเทศภายใต้สถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในเวลานี้ว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยขณะนี้ออร์เดอร์จากลูกค้าประจำได้เต็มกำลังการผลิตไปจนถึงครึ่งแรกของปีนี้แล้ว แม้ลูกค้าบางรายจะลดปริมาณออร์เดอร์ลงตามภาวะเศรษฐกิจของตลาดปลายทาง แต่ลูกค้าบางรายก็ได้เพิ่มออร์เดอร์เข้ามา ดังนั้นในภาพรวมจึงถือว่าออร์เดอร์ของบริษัทในครึ่งแรกอยู่ในภาวะที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนในครึ่งปีหลัง แม้จะยังไม่มีออร์เดอร์อย่างเป็นทางการ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ได้ยืนยันด้วยวาจาว่าจะยังคงออร์เดอร์ในปริมาณระดับเดียวกับที่เคยสั่งซื้อทุกปี ซึ่งได้สร้างความมั่นใจให้กับบริษัทในการผลิตและการจ้างคนงานมากขึ้น "ออร์เดอร์จากลูกค้าประจำขณะนี้เต็มกำลังการผลิตไปถึงเดือนมิถุนายนแล้ว ส่วนออร์เดอร์ครึ่งหลังปกติลูกค้าจะจองไว้ก่อน พอใกล้ๆเวลาเขาก็จะสั่งว่าเอาเสื้อแบบนี้ ผ้าแบบนี้กี่ตัว ซึ่งจากวิกฤติเศรษฐกิจของโลกครั้งนี้ผู้ผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่ 30 อันดับแรกของไทยได้รับผลกระทบไม่มากนัก ส่วนใหญ่เกือบทุกโรงออร์เดอร์ในครึ่งปีแรกได้เต็มกำลังการผลิตกันหมดแล้ว มีเหตุผลสำคัญจากลูกค้ามีเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพการผลิต รวมถึงการส่งมอบตรงเวลา และอีกส่วนหนึ่งออร์เดอร์ได้ย้ายจากจีนมาไทยมากขึ้นเพราะจีนมีปัญหาเรื่องการส่งมอบ" นายชวลิต กล่าวอีกว่า แม้ออร์เดอร์จากลูกค้าสามารถสร้างความมั่นใจให้กับบริษัทระดับหนึ่ง แต่จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและยังไม่น่าไว้วางใจ บริษัทและลูกค้าจะได้ประสานการทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปได้กัน อย่างไรก็ตามจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ยอมรับว่าลูกค้าส่วนหนึ่งเริ่มขอชะลอจ่ายเงินค่าสินค้า แต่ถึงขั้นไม่จ่ายเงินยังไม่ปัญหาเกิดขึ้น ทั้งนี้จากธุรกิจของบริษัทที่ยังไปได้ดี ในปีนี้ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขระดับเดียวกับยอดขายในปีที่ผ่านมา ปัจจุบันตลาดหลักของบริษัทอยู่ที่สหภาพยุโรป(อียู) สหรัฐอเมริกา และเอเชีย(ญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ) สัดส่วน 35, 35 และ 30% ตามลำดับ โดยสินค้าที่ผลิตเป็นเสื้อผ้าสำหรับบุรุษ สตรี และเด็ก โดยมีกำลังการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปทุกประเภท เช่น เสื้อแจ๊กเกต เสื้อโค้ต โอเวอร์โค้ต และเสื้อผ้าชุดกีฬา ในปี 2551 ที่ผ่านมาประมาณ 5.5 ล้านตัว แบรนด์ที่ผลิตและส่งออก อาทิ Adidas,Tommy-Hifiger, Columbia,Polo Ralph Lauren, Next และ Textura เป็นต้น ส่วนด้านโรงงานผลิตของบริษัทปัจจุบันมี 3 โรงงาน คือที่เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 1 โรง และที่จังหวัดชัยภูมิอีก 2 โรง คนงานรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,700 คน ในปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะขยายพื้นที่และเครื่องจักรของโรงงานที่จังหวัดชัยภูมิในช่วงครึ่งปีหลัง โดยจะใช้เงินลงทุนอีกประมาณ 10-20 ล้านบาท เพิ่มการจ้างงานอีกอย่างน้อย 600 คน ซึ่งจะทำให้ในอนาคตกำลังการผลิตของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านตัว/ปี

Read 1952 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35