Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Print this page
Wednesday, 13 January 2010 10:46

รัฐ-เอกชนสั่งบูมตลาดรัสเซีย ชดเชย 4 ตลาดหลัก

Written by 
Rate this item
(0 votes)

เอกชนชักแถวแห่ขุดทองแดนหมีขาว หวังชดเชย 4 ตลาดหลักทรุด สภาธุรกิจไทย-รัสเซีย เตรียมควงแขน "อภิสิทธิ์"เซ็นเอ็มโอยูขยายการค้า ลงทุน ท่องเที่ยวครั้งใหญ่ ด้านพาณิชย์ ประกาศเอาจริงเตรียมเปิดตัวฮับรัสเซียดูแลเฉพาะ ขณะที่กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ทั้งซีพีเอฟ ปูนใหญ่ สหวิริยา อิตาเลียนไทยแห่บูมลงทุนรัสเซียคึกคัก จากการส่งออกของไทยไปยัง 4 ตลาดหลักประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และอาเซียนเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างชัดเจนเห็นได้จากตัวเลขเดือนธันวาคม2551ที่ขยายตัวติดลบทุกตลาด เป็นเหตุผลให้ภาครัฐและเอกชนของไทยต้องเร่งหาตลาดใหม่ชดเชย หนึ่งในนั้นคือตลาดรัสเซียที่สินค้าไทยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก นายพงษ์ศักดิ์ วัชรนุกุลเกียรติ เลขาธิการสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ตลาดรัสเซีย ถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพของไทย สืบเนื่องจากรัสเซียมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ทั้งน้ำมัน ป่าไม้ เหล็ก และแร่ธาตุต่างๆ และได้เริ่มพัฒนาเชิงพาณิชย์ ทำให้มีรายได้เข้าประเทศมหาศาล ส่งผลเศรษฐกิจรัสเซียขยายตัวต่อเนื่องโดยในปี 2551 มีอัตราการขยายตัวถึง 7% ปัจจุบันรัสเซียเป็นประเทศที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากเป็นอันดับ 3 รองจากจีนและญี่ปุ่น ประชาชนมีกำลังซื้อสูง ขณะที่วิกฤติทางการเงินของโลกไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรัสเซียมากนัก ที่ผ่านมาภาครัฐและเอกชนของไทยได้มองข้ามตลาดเหล่านี้มาโดยตลอด โดยหลังจากอดีตสหภาพโซเวียตล่มสลายและแยกออกเป็นประชาคมรัฐเอกราช (ซีไอเอส) รวมทั้งสิ้น 12 ประเทศในระหว่างช่วงปี 2534-2538 แต่ไทยก็ไม่ได้ให้ความสนใจที่จะทำการค้าระหว่างกันอย่างจริงจัง อย่างไรก็ดีจากตลาดหลักของไทยที่มีปัญหาถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐและเอกชนของไทยจะต้องรุกเข้าไปขยายตลาดการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว รวมถึงมีความร่วมมือด้านเศรษฐกิจต่างๆ กับรัสเซียอย่างจริงจัง ทั้งนี้ในส่วนของภาคเอกชนได้มีการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-รัสเซียขึ้นมาเมื่อปี 2551 และได้จัดคณะเดินทางเยือนรัสเซียเพื่อดูลู่ทางการค้าการลงทุน กับรัสเซียมาแล้วสองครั้ง "ในปีนี้เรามีแผนที่จะเดินทางไปลงนามความร่วมมือหลายด้านกับรัสเซียทั้งด้านการค้า ด้านบริการ การลงทุน ท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬาและวัฒนธรรม ซึ่งหากเป็นไปได้เราจะไปพร้อมคณะนายกรัฐมนตรีที่มีแผนเดินทางเยือนรัสเซียในเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้" นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า อุปสรรคทางการค้าของไทยกับรัสเซียที่ผ่านมา นอกจากความสนใจของภาคธุรกิจไทยในตลาดนี้มีน้อยแล้ว ยังมีปัญหาด้านภาษา ระบบการเงิน ความไม่เข้าใจวัฒนธรรมความเป็นอยู่ การขาดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ภาครัฐมีงบส่งเสริมการทำตลาดค่อนข้างน้อย แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วชาวรัสเซียรู้จัก และให้ความนิยมสินค้าไทยมานานแล้ว ขณะที่ชาวรัสเซียรู้จักเมืองไทยดีจากสื่อตะวันตก ทำให้ในปัจจุบันชาวรัสเซียนิยมมาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยในปี 2550 ชาวรัสเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 9.7 หมื่นคน และในปี 2551 ล่าสุดเข้ามาถึง 2 แสนคนหรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ซึ่งรัสเซียเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งปัจจุบันชาวรัสเซียยังได้เข้ามาซื้อบ้านพักตากอากาศในแถบหัวหิน และมาร่วมลงทุนด้านโรงแรมแถวเกาะสมุยด้วย ซึ่งหากไทยสามารถดึงรัสเซียมาลงทุนในไทยได้เพิ่มขึ้นในธุรกิจอื่นๆ ก็จะเป็นช่องทางในการส่งออกสินค้ากลับไปขายยังรัสเซียได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอุปโภค-บริโภคในกลุ่มปัจจัยสี่มีแนวโน้มที่สดใส อาทิ อาหาร เสื้อผ้า เครื่องประดับตกแต่งบ้าน พรม ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือแพทย์ เป็นต้น เนื่องจากสินค้าเหล่านี้รัสเซียผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการ ด้านแหล่งข่าวจากกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ กระทรวงพาณิชย์จะทำพิธีเปิดศูนย์ภูมิภาครัสเซียและซีไอเอส เพื่อให้มีผู้ดูแลผลักดันการส่งออกไปยังรัสเซียและซีไอเอสอย่างจริงจัง โดยในวันดังกล่าวได้เชิญทูตรัสเซีย และทูตคาซัคสถานประจำประเทศไทย รวมถึงทูตพาณิชย์ของไทยประจำกรุงมอสโกมาพูดให้คำแนะนำกับภาคเอกชนของไทยในการเจาะตลาดรัสเซียและคาซัคสถานด้วย ส่วนแหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ บริษัท ไทยเอ็กซิมอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในเครือ ธสน.จะแถลงข่าวเปิดตัวการจัดตั้งสาขากรุงมอสโกอย่างเป็นทางการโดยในเร็วๆนี้ จะเปิดให้บริการประกันการส่งออก การให้บริการประเมินความเสี่ยงผู้ซื้อ รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการทำการค้ากับรัสเซียด้านต่างๆ ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากตลาดรัสเซียที่กำลังบูม ขณะนี้ได้มีบริษัทเอกชนรายใหญ่ของไทยได้เข้าไปลงทุนในรัสเซียแล้วหลายบริษัท อาทิ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือซีพีเอฟ เข้าไปลงทุนฟาร์มสุกร และโรงงานอาหารสัตว์ บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด(มหาชน)ได้สัมปทานลงทุนด้านเหมืองแร่ เครือสหวิริยา นำเข้าแร่เหล็ก และเหล็กสำเร็จรูปมารีดร้อน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) นำเข้าวัตถุดิบด้านต่างๆ มาผลิตในไทย รวมถึงส่งวัสดุก่อสร้างไปจำหน่าย เป็นต้น

Read 1576 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35