Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 10:46

ส่งออกสิงคโปร์"ติดลบ"เฉียด35%

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:มติชน ม.ค.ทำสถิติเลวร้ายสุดในรอบ32ปี ไอเอ็มเอฟชี้ระบบการเงินโลกยังแย่ ส่งออกสิงคโปร์ เดือน ม.ค. หดตัวเกือบ 35% เลวร้ายสุดในรอบ 32 ปี รุนแรงกว่าปี 2544 ที่มีเหตุวินาศกรรมสหรัฐ ระบุหดตัวติดต่อกัน 9 เดือนแล้ว นักวิเคราะห์ทำนายติดลบไปตลอด 6 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เอเอฟพีรายงานว่า หน่วยงานวิสาหกิจระหว่างประเทศของสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ในเดือนมกราคม การส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่หมวดน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลง 34.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทำสถิติลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับจาก พศ.2520 และยังลดลงมากกว่าเดือนกันยายน 2544 ที่กลุ่มอัลเคด้าวินาศกรรมสหรัฐอเมริกา ซึ่งในช่วงนั้นส่งออกของสิงคโปร์ลดลง 30.7% อีกทั้งยังทำลายสถิติเดือนธันวาคมปีที่แล้วที่การส่งออกลดลง 20.8% นอกจากนี้นับเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกันที่ส่งออกสิงคโปร์ลดลง โดยตลาดส่งออกหลัก 10 แห่งของสิงคโปร์ล้วนลดต่ำลง เฉพาะตลาดสหรัฐปรับตัวลงมากถึง 50% รายงานข่าวระบุว่า สินค้านอกกลุ่มน้ำมันส่วนใหญ่มาจากหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ดิสก์ไดรฟ์ โดยการส่งออกหมวดนี้ปกติมีมูลค่า 40% ของการส่งออกทั้งหมด แต่ในเดือนมกราคมการส่งออกหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ลดลงมากถึง 38.4% รายงานข่าวระบุว่า สิงคโปร์ในฐานะประเทศซึ่งรวยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศแรกในเอเชียที่เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่า แม้เดือนมกราคมดูเหมือนจะแย่มากแล้ว แต่เดือนต่อไปอาจแย่กว่าหากการส่งออกในหมวดยาไม่ฟื้นตัวและเชื่อว่าจะยังเลวร้ายต่อไปตลอด 6 เดือนแรกของปีนี้ ด้านรัฐบาลมาเลเซีย ระบุว่าอาจต้องปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจปีนี้ลง หากว่าการส่งออกของประเทศลดลงในระดับตัวเลขสองหลัก ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการส่งออก 3 เดือนสุดท้ายของปีที่แล้วลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเดือนธันวาคมลดลงมากถึง 14.9% ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่าระบบการเงินโลกยังห่างไกลจากคำว่าสุขภาพดี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำจัดหนี้เสียของภาคธนาคารให้ได้เสียก่อนจึงจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว เพราะปัญหาดังกล่าวเป็นตัวถ่วงการฟื้นตัว โดยมีธนาคารหลายแห่งและผู้ดูแลภาคธนาคารของบางประเทศมีความชักช้าในการแยกหนี้เสียออกจากงบการเงิน จึงอยากเรียกร้องให้แต่ละประเทศร่วมมือกันมากขึ้นในการแก้ปัญหาดังกล่าว

Read 1264 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35