Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Print this page
Wednesday, 13 January 2010 10:55

ศูนย์พยากรณ์ศก.ชี้จีดีพีวูบถึง2.8%

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:มติชน อีสาน-เหนือ-ใต้ยังขยายตัวเป็นบวก อานิสงส์ส่งออกสินค้าเกษตร-อาหาร ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจปรับจีดีพีปีนี้ติดลบถึง 2.8% ระบุถือเป็นระดับความรุนแรงปานกลาง ระบุสถานะการเงินยังยืนอยู่ได้ ไม่ถึงขั้นล้มละลายเหมือนปี 2541 ขณะที่ภาคส่งออกมีสิทธิติดลบ 20% เผยผลสำรวจรายภูมิภาค อีสาน-เหนือ-ใต้ รับอานิสงส์ส่งออกสินค้าเกษตร ดันเศรษฐกิจขยายตัวเป็นบวก นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัจจัยลบที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยรุนแรงขึ้น ทำให้ต้องปรับตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจปี 2552 จากติดลบ 1% เป็นติดลบ 2.8% แต่ถือว่ายังเป็นเศรษฐกิจติดลบรุนแรงระดับปานกลาง น้อยกว่าปี 2541 ที่ติดลบ 10.4% และถือว่าเป็นการกลับมาติดลบมากสุดในรอบ 10 ปี โดยแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวต้องเลื่อนออกไปจากไตรมาส 3-4 ไปเป็นปลายไตรมาส 4 ถึงต้นปี 2553 แทน ปัจจัยลบที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจตกต่ำมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในตลาดส่งออกสำคัญแย่กว่าที่คาดการณ์ ซึ่งเดิมคาดการณ์เศรษฐกิจโลกจะถดถอย -0.05 ถึง 0% เป็น -2% ถึง -1% ปัญหาในสหรัฐยังไม่ได้รับการคลี่คลายภายในครึ่งปีแรก ซึ่งจะมีผลต่อการส่งออกสินค้าไทยลดลงจาก -5% เพิ่มเป็น -20 ถึง -15% อัตราการว่างงานมีโอกาสถึง 1.3-1.5 ล้านคน ทั้งการปลดคนงานและแรงงานใหม่ที่เพิ่งจบในเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ "เหตุที่เศรษฐกิจติดลบยังไม่ถึงขั้นรุนแรงมาก เพราะธุรกิจและสถาบันการเงินไทยยังไม่ถึงขั้นล้มละลายเหมือนปี 2541 แต่เป็นการติดลบเพราะเศรษฐกิจโลกหดตัว ส่งออกไม่ได้มาก การท่องเที่ยวทั่วโลกหดตัว อัตราการว่างงานสูง โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปีนี้น่าจะอยู่ที่ 15-20% ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐระยะที่ 2 ต้องมุ่งดูแลปัญหาแรงงานและพยุงรายได้ จากรอบแรกที่พยุงเรื่องปากท้องประชาชน โดยผ่านการอบรมวิชาชีพและรัฐจ่ายรายได้ชดเชย ซึ่งหลังอบรมเสร็จจะทำให้แรงงานเหล่านั้นเข้าสู่ระบบอีกอย่างน้อย 2 แสนคน อัตราตกงานก็อาจจะต่ำกว่า 1 ล้านคน" นายธนวรรธน์กล่าว ทั้งนี้ เดิมทางศูนย์คาดการณ์ว่า 60% โอกาสเศรษฐกิจไทยติดลบ 1% อีก 25% ติดลบ 2.8% และ 15% เป็นบวก 1% แต่ตอนนี้สัดส่วนโอกาสติดลบสูงขึ้นเป็น 2.8% มากถึง 40% โอกาสเป็นบวกไม่มีแล้ว อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับการที่รัฐบาลเร่งรัดการใช้จ่ายเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น เช่น จ่ายเงิน 2 พันบาท ให้ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท/เดือน ซึ่งจะมีเงินเข้าระบบ 1.6 หมื่นล้านบาท และคาดว่าเงินถึงมือประชาชนปลายเดือนมีนาคมนี้ เมื่อรวมกับเงินใช้จ่ายและท่องเที่ยวในวันหยุดหน้าร้อนในเดือนเมษายนและการเปิดเทอมในเดือนพฤษภาคมนี้ จะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 5 หมื่นล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 2 ได้ 1-1.3% และทำให้ไตรมาส 2 ติดลบลดลงจากไตรมาส 1 จาก -5% เหลือ -3% เมื่อแยกประมาณการขยายตัวตามภูมิภาคตลอดปี 2552 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ เศรษฐกิจยังขยายตัวเป็นบวก 0.6% 0.2% 0.5% ตามลำดับ เพราะเป็นพื้นที่พึ่งพารายได้จากสินค้าเกษตรและอาหารที่ยังสามารถส่งออกได้ และมีกำลังซื้อที่ดีขึ้น ขณะที่ภาคกลาง กทม.และปริมณฑล ติดลบ 1.9% และ 1.3% เพราะเป็นพื้นที่ภาคอุตสาหกรรมเป็นหลักซึ่งได้รับผลกระทบจากการส่งออกลดลงและแรงงานเลิกจ้างสูง ซึ่งเห็นสัญญาณปลดคนงานแล้ว โดยเฉพาะแรงงานก่อสร้างและอชช

Read 1095 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35