Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Print this page
Wednesday, 13 January 2010 10:57

ค้าชายแดนมกราคมติดลบ10.6% "พาณิชย์"ลุยโรดโชว์จับคู่เจรจาการค้า-เอ็กซิบิชั่น

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:ประชาชาติธุรกิจ ค้าชายแดนปี"51 โตกว่า 7 แสนล้าน มาเลเซียยังเข้าวินสูงสุด 4.4 แสนล้าน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเผยไม่กังวลเศรษฐกิจโลก หวังอาเซียนซัมมิตช่วยสร้างความเชื่อมั่น ลุยเดินสายจัดงานเอ็กซิบิชั่น ผนวกโรดโชว์จับคู่เจรจาการค้า การลงทุนกับเพื่อนบ้าน มั่นใจสิ้นปีมูลค่ารวมโตอีกกว่า 5% นางอัญชณา วิชยาธรรมธัช รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภาพรวมของการค้าชายแดนในปี 2551 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 712,771 ล้านบาท แยกเป็นมูลค่าการส่งออก 410,637 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปี 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่ารวม 554,283 ล้านบาท ทั้งนี้มูลค่าการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านชายแดนที่มีมูลค่ามากที่สุดคือประเทศมาเลเซีย มูลค่า 441,265 ล้านบาท รองลงมาได้แก่พม่า มูลค่า 143,686 ล้านบาท สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มูลค่า 77,521 ล้านบาท กัมพูชา มูลค่า 50,299 ล้านบาท และการค้าผ่านแดนจีนตอนใต้ คิดเป็นมูลค่า 8,199 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าการนำเข้าในปี 2551 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 302,134 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 29.7% แต่ประเทศไทยยังได้ดุลการค้าเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีมูลค่ารวม 85,987 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 108,504 ล้านบาท ในปี 2551 อย่างไรก็ตาม ผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก ส่งผลให้สถานการณ์การค้าชายแดนในภาพรวมล่าสุดในเดือนมกราคม 2552 ลดลง 10.6% เมื่อเทียบจากเดือนเดียวกันในปี 2551 ส่วนมูลค่าการส่งออกในเดือนมกราคม 2552 ลดลง 29% โดยในเดือนมกราคม 2551 มีมูลค่า 33,945 ล้านบาท เดือนมกราคม 2552 มูลค่า 24,093 ล้านบาท สำหรับแนวโน้มการค้าชายแดนในปีนี้ แม้ว่าจะเกิดวิกฤตการเงินจากอเมริกาและยุโรป แต่การค้ากับประเทศเพื่อนบ้านยังมีโอกาสเติบโตได้อีก โดยเป้าไว้ประมาณ 5% จากปีที่ผ่านมา หากภาวะการเมืองในประเทศนิ่ง การเมืองระหว่างประเทศมีการกระชับความสัมพันธ์อันดีต่อกัน รวมทั้งระบบสาธารณูปโภค การคมนาคมและ โลจิสติกส์มีการพัฒนาดีขึ้น รวมทั้งความเชื่อมั่นของเอกชนที่จะมีการพูดคุยร่วมกัน ดังนั้นภาพรวมทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าที่คาดการณ์ไว้แน่นอน "เชื่อว่าผลจากการจัดประชุมอาเซียน ซัมมิตที่ผ่านมาน่าจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน รวมทั้งความเชื่อมั่นของรัฐบาลกับนักลงทุนเพื่อต่อยอดในการเจรจาธุรกิจและส่งเสริมการค้า การลงทุนร่วมกันภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ อาทิ ACMECS, GMS, IMT-GT เพื่อไม่ให้เกิดภาพของการได้เปรียบเสียเปรียบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และยังเป็นการสร้างศักยภาพด้านการค้าในอาเซียนด้วย" นางอัญชณากล่าวถึงยุทธศาสตร์การค้าชายแดนว่า ที่ผ่านมาได้พยายามเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุนของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่ได้มองแค่การเป็นพาร์ตเนอร์ชิปอย่างเดียว เพราะจะกลายเป็นภาพการเอารัดเอาเปรียบ ดังนั้น เป้าหมายและสิ่งที่ต้องทำจากนี้คือต้องเป็นอาเซียนซัมมิต คอมมูนิตี้ โดยลงทุนร่วมกัน แชร์ทรัพยากรอย่างเท่าเทียม ถ้าทำได้ก็จะวินวินทั้งคู่ และไม่ควรมองแค่การค้า แต่ควรจะมองเรื่องการลงทุนด้วย อาทิ การไปลงทุนสร้างโรงงานน้ำตาล การสร้างท่าเรือน้ำลึก ฯลฯ ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับประเทศที่ 3 สำหรับโครงการโรดโชว์และจัดงานเอ็กซิบิชั่นของกรมการค้าต่างประเทศในปีนี้มีทั้งหมด 5 โครงการ ทั้งการจัดสัมมนาด้านการค้า ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โครงการไทยแลนด์เอ็กซิบิชั่น 2009 ใน 3 ประเทศ ได้แก่กัมพูชา จัด 3 ครั้ง ที่พนมเปญ พระตะบอง เสียมราฐ สปป.ลาว จัด 3 ครั้ง ที่เวียงจันทน์ สะหวันนะเขต และหลวงพระบาง และในพม่า จัด 1 ครั้ง ที่เมืองย่างกุ้ง โดยจะมีการนำสินค้าไปแสดงและนำคณะ ผู้แทนการค้าไปร่วมงานเพื่อเจรจาการค้าและเปิดตลาดด้วย ในส่วนการค้ากับจีนตอนใต้นั้นจะพยายามส่งเสริมและเน้นให้มีการลงทุนเพื่อให้เกิดการค้าตามมา โดยจะต้องอาศัยความร่วมมือกับภาคเอกชนและหอการค้าจังหวัดที่อยู่ติดกับชายแดน

Read 1080 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35