Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 11:05

รง.รถยนต์เรียงหน้าปลดคนงาน

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:เดลินิวส์ นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษก กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์เดือน ก.พ. 52 อยู่ที่ 61,067 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 50.57% เป็นอัตราที่ลดลงมากกว่าที่ประเมินไว้ โดยรถยนต์นั่งผลิต 15,949 คัน ลดลง 53.95% รถยนต์บรรทุก 45,089 คันลดลง 49.27% เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวส่งผลให้อำนาจซื้อของผู้บริโภคลดลง ซึ่ง หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและประเทศคู่ค้าไม่เกิดผลเชื่อว่าอุตสาหกรรมรถยนต์จะประสบปัญหารุนแรงกว่าวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 40 ที่มียอดกำลังผลิตลดลง 70% ที่สำคัญค่ายรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนคงต้องปลดคนงานอีกหลายรอบ ทั้งนี้ต้องการให้รัฐบาลพิจารณาการค้ำประกันเงินดาวน์แก่ผู้บริโภค 20-25% ของราคารถยนต์ หรือให้ผู้บริโภคจ่ายเงินดาวน์เพียง 5-10% เนื่องจากผู้บริโภคหลายรายสนใจจะซื้อรถยนต์แต่บริษัทลิสซิ่งเก็บเงินดาวน์ในอัตราที่สูง 25-35% ของราคารถยนต์ส่งผลให้หลายรายไม่สามารถซื้อได้ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร พ่อค้า และช่างรับเหมาก่อสร้าง “เป็นสัญญาณเตือนที่อันตรายมาก สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์โดย 2 เดือนแรกยอดผลิตเพียง 133,523 คัน ลดลง 42.37% ซึ่งสูงกว่าเป้าเดิมที่คาดว่า 6 เดือนแรกยอดกำลังผลิตจะลดลง 40% และครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะดีส่งผลให้ทั้งปียอดผลิตลดลงเพียง 24% แต่ดูแนวโน้มเดือนมี.ค. ที่ตั้งเป้า 770,000 คัน แต่ค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ระบุว่าแทบไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามาเลย ดังนั้นคงต้องติดตามข้อมูลเดือนต่อเดือนก่อนที่จะพิจารณาปรับเป้าหมายใหม่” สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน ก.พ. อยู่ที่ 34,361 คัน ลดลง 30.7% สูงกว่าที่ประเมินไว้ที่ลดลง 17-18% รวมถึง 2 เดือนมียอดขายรวม 66,446 คันลดลง 30.3% ขณะที่จักรยานยนต์ ยอดขายเดือน ก.พ. ที่ 119,477 คัน ลดลง 14.8% รวม 2 เดือน ที่ 229,417 คัน ลดลง 19.04% ส่วนการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือน ก.พ.อยู่ที่ 44,609 คัน ลดลง 32.49% มูลค่า 20,504 ล้านบาท ลดลง 31.15% เมื่อรวม 2 เดือน อยู่ที่ 94,063 คัน ลดลง 24.49% มูลค่า 43,539 ล้านบาทลดลง 23.11% ซึ่งเป็นตัวเลข ที่ลดลงอย่างคาดไม่ถึง เพราะเดิมค่ายรถยนต์ ประเมินว่าตลาดต่างประเทศจะช่วยชดเชยยอดขายในประเทศที่ตกต่ำ นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. 52 อยู่ที่ 63 เป็นระดับต่ำกว่า 100 ติดต่อกันเดือนที่ 35 เนื่องจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจส่งผลต่อยอดกำลังการผลิตลดลงตามคำสั่งซื้อโดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลดลง มี 23 กลุ่ม เช่น สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เครื่องประดับ เหล็ก เฟอร์ นิเจอร์ ยานยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตร เคมี พลังงานทดแทน เคมี เป็นต้น ดังนั้นต้องการให้รัฐบาลเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างเสถียรภาพความมั่นคงทางการเมือง นอกจากนี้ หลังมีคำสั่งศาลให้พื้นที่มาบ ตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ ส่งผลให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดออกไป วงเงิน 40,000 ล้านบาท อาทิ โครงการ โรงแยกก๊าซ หน่วยที่ 7 ของบริษัท ปตท. 20,000 ล้านบาท โครงการผลิตน้ำมันคุณภาพสูง ยูโร 4 บริษัท โรงกลั่นสตาร์ปิโตรเลียมรีไฟน์ นิ่ง 18,000 ล้านบาท “นักลงทุนที่จะขยายการลงทุนอีก 300,000 ล้านบาท ในพื้นที่มาบตาพุดยังกังวลเกี่ยวกับการประกาศใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้ามาลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนว่าจะมีผลกระทบและแนวทางอย่างไรบ้าง ซึ่ง ส.อ.ท. แจ้งว่าให้รอผลการศึกษาและแนวทางที่ชัดเจนจากทางจังหวัดระยองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน”.

Read 1110 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35