Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 11:10

"โตโยต้าโบโชคุ"ปั้นไทย"ฮับชิ้นส่วน" ควักกระเป๋าเพิ่มพันล.ป้อนโรงงานผลิตทั่วอาเซียน

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:ประชาชาติธุรกิจ โตโยต้า โบโชคุ เทงบฯเพิ่มเฉียด 1,000 ล้าน ประกาศดันไทยเป็น "ฮับ" ชิ้นส่วน ยานยนต์อาเซียน ชี้ได้เปรียบคู่แข่งทั้งอัตราภาษีและความรวดเร็ว มั่นใจปีนี้โกยรายได้กว่า 2.3 หมื่นล้าน ระบุวิกฤตยานยนต์ทุบ ผู้ผลิตชิ้นส่วนรายย่อยทรุดหนัก วอนรัฐหามาตรการช่วยด่วน นายบรรจบ องค์ธนะสิน ผู้บริหารระดับสูง กลุ่มบริษัทโตโยต้า โบโชคุ บริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของรถยนต์โตโยต้า เปิดเผยว่า ในปีนี้กลุ่มบริษัท โตโยต้า โบโชคุ จะเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทย หลังจากได้รับการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยจะใช้เม็ดเงินอีก 937 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ นายบรรจบกล่าวอีกว่า หลังจากลงทุนโปรเจ็กต์ใหญ่นี้แล้วการลงทุนครั้งนี้จะทำให้โตโยต้า โบโชคุ กลายเป็นศูนย์กลางการป้อนชิ้นส่วนใหญ่ (ฮับ) ให้กับโตโยต้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไต้หวัน ซึ่งอนาคตการเอื้อประโยชน์ทางด้านภาษี การแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนภายใต้เขตการค้าเสรีหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น สำหรับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทโตโยต้า โบโชคุ ในปีนี้คาดว่า รายได้จะลดลงอย่างน้อย 22% โดยคาดว่าจะทำเม็ดเงิน 23,765 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวมถึง 30,607 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมทั่วโลกในปี 2551 มีจำนวน 368,289 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ของภูมิภาคเอเชีย 17% ประมาณ 61,000 ล้านบาท และเป็นรายได้จากประเทศไทย 30,607 ล้านบาท คิดเป็น 51% ของรายได้จากภูมิภาคเอเชีย สำหรับสาเหตุที่ทำให้รายได้ของกลุ่มบริษัทโตโยต้า โบโชคุ มีอัตราการเติบโตน้อยกว่าตลาดโดยรวมนั้น ส่วนหนึ่งเป็น ผลดีมาจากการใช้เอฟทีเอระหว่างไทย-ญี่ปุ่น แต่ยังดีที่บริษัทการผลิตส่วนหนึ่งเพื่อตลาดทดแทน (อาร์อีเอ็ม) ทำให้ไม่ตกไปมาก "ต้องยอมรับว่าโตโยต้า โบโชคุ ประเทศไทย มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งใน แง่ของการสร้างรายได้ และการเป็นฐานผลิตที่สำคัญ โดยเฉพาะความสำเร็จจากยอดขายกว่า 51% ที่ประเทศไทยทำได้ เร็วๆ นี้อาจจะมีสินค้าป้อนค่ายรถยนต์อื่นๆ อีกด้วย รวมทั้งมีการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์บางรายการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย" ในแง่ของกำลังการผลิตของบริษัทนั้น ยังถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าหลัก คือ โตโยต้า ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 90% และที่เหลือนั้นเป็นค่ายรถยนต์ต่างๆ รวมถึงการจำหน่ายในตลาดทดแทนด้วย นอกจากนี้บริษัทจะมีแผนที่จะเดินหน้าหาลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย นายบรรจบกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรายย่อย หรือกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพนั้น วันนี้ถือเป็นกลุ่ม ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ดังนั้นรัฐบาลควรที่จะมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ผลิตชาวไทยให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทยจุดแข็งและจุดขายคือการมี ฝีมือแรงงานที่มีศักยภาพ มาตรฐานที่ดึงดูด การลงทุน จนการมีค่ายรถยนต์ต่างๆ เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยด้วย สำหรับการลงทุนของบริษัทโตโยต้า โบโชคุ ในปี 2551 ที่ผ่านมา ได้ลงทุนเพิ่ม ไปแล้ว 1,128.34 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนสำหรับกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค 610.76 ล้านบาท การลงทุนสำหรับกิจการวิจัยและพัฒนา (R&D) 517.58 ล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนด้านอาร์แอนด์ดีเบื้องต้นบริษัทได้มีการซื้อที่ดินจำนวน 46 ไร่ บริเวณถนนสายวงแหวนตะวันออกเพื่อสร้างเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค, ศูนย์อาร์แอนด์ดีและศูนย์ฝึกอบรม คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้

Read 1800 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35