Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 11:14

ยานยนต์ฉุดอุตฯแม่พิมพ์วูบหนัก เงินหาย15,000ล้านหันต่อยอดพัฒนาบุคลากรแทน

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:ประชาชาติธุรกิจ ภาวะวิกฤตจากยอดการผลิตรถยนต์ที่ ลดลง 30% ฟาดหางความต้องการแม่พิมพ์ หล่นฮวบ กระทบหนัก ปริมาณการผลิต แม่พิมพ์ลดถึง 50% มูลค่าจาก 30,000 ล้านบาท หล่นวูบลงเหลือ 15,000 ล้านบาท นายวิโรจน์ ศิริธนาศาสตร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงการประเมินสถาน การณ์ของอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ในปีนี้ว่า อัตราการเติบโตจะลดลงถึง 50% จากมูลค่าของอุตสาหกรรมประมาณ 30,000 ล้านบาท จะเหลืออยู่เพียงประมาณ 15,000 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำลง ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่างๆ ลดกำลังการผลิตลง ทำให้ความต้องการใช้แม่พิมพ์ในการผลิตสินค้าลดลงตามไปด้วย โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมแม่พิมพ์มากที่สุด ก็คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตอย่างก้าวกระโดดปีละไม่ต่ำกว่า 20% ส่งผลให้อุตสาหกรรมแม่พิมพ์เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยเช่นกันปีละ 10-18% ดังนั้นเมื่อปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ประสบปัญหา ปริมาณการผลิตลดลงไปแล้วกว่า 30% อุตสาหกรรมแม่พิมพ์จึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้อุตสาหกรรมอาหารที่ยังมีการเติบโต มีความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ต้องใช้แม่พิมพ์ในการประกอบการอยู่ แต่เติบโตก็เป็นไปในระดับปกติ ช่วยชดเชยอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ที่ลดลงได้เพียง 2-3% เท่านั้น "ช่วงที่ผ่านมาการเติบโตของอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ได้อานิสงส์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ตอนนี้เมื่อการผลิตยานยนต์เกือบทุกรายการ แม้กระทั่งรถกระบะที่ถือเป็น product campaign เป็นรถที่สนับสนุนภาคการ เกษตรไทยก็ลดการผลิตไปเยอะ ส่วนโครงการสนับสนุนการผลิตรถยนต์นั่งประหยัดพลังงาน (ecocar) ที่ผู้ประกอบการมีความหวังจะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมแม่พิมพ์เติบโตขึ้นอีก แต่ตอนนี้จากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ รวมถึงความไม่ชัดเจนของนโยบายพลังงาน ก็มีผลทำให้การลงทุนโครงการดังกล่าวไม่รู้จะเกิดขึ้นจริงเมื่อใด" นายวิโรจน์กล่าว ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์อยู่ประมาณ 1,000 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นการร่วมทุนไทยและต่างชาติประมาณ 5% รายกลาง 20% และรายเล็ก 75% ปรากฏในขณะนี้ก็มีโรงงานแม่พิมพ์ขนาดเล็กเริ่มปิดกิจการไปบางส่วนแล้ว บริษัทที่ยังเปิดกิจการอยู่ก็ต้องทนจ่ายเงินพนักงานไว้ เพื่อรอในยามที่เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว เพราะบุคลากรในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญในประเทศไทยถือว่า "หายาก" อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาทางสมาคมร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสถาบันไทย-เยอรมัน ได้จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ 5 ปี (2547-2552) เพื่อพัฒนาบุคลากร 7,000 คน งบประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยจะเสร็จสิ้นโครงการช่วงเดือนกันยายน 2552 ซึ่งขณะนี้ก็ได้เตรียมเสนอแผนขยายเวลาการพัฒนาบุคลากรออกไปอีก 3 ปี (2553-2555) ใช้งบประมาณ 600 ล้านบาท โดยเป้าหมายการดำเนินการคือ จะนำบุคลากรในส่วนที่ได้มีการพัฒนาแล้ว 7,000 คน มาต่อยอดฝึกอบรมในระดับสูง มีความสามารถในการออกแบบแม่พิมพ์ที่มีความซับซ้อน มีความยากได้มากขึ้น และการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมใหม่เพิ่ม 3,000 คน "ฝีมือการผลิตแม่พิมพ์ของไทยก็ยังอยู่ในระดับกลางๆ แม่พิมพ์ชิ้นใหญ่-เล็ก เช่น แม่พิมพ์พลาสติก เครื่องใช้ในครัวเรือน ของเล่น เครื่องสุขภัณฑ์ เป็นต้น แต่ในระดับสูงที่เป็นแม่พิมพ์ชิ้นเล็กมากๆ มีความละเอียดและความซับซ้อนสูง เช่น ซิปโทรศัพท์มือถือ, เครื่องเล่น MP3 เป็นต้น ประเทศไทยยังไม่สามารถทำได้ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นหากมีการพัฒนาบุคลากรให้สามารถผลิตแม่พิมพ์ให้ถึงระดับสูงได้ เรียนรู้เรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ได้มากขึ้น ก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมได้มากขึ้น ซึ่งนอกจากแผนพัฒนาบุคลากรดังกล่าวแล้ว ขณะนี้เราก็มีแผนพัฒนาบุคลากรตามนโยบายโครงการชะลอการเลิกจ้างของรัฐบาลด้วย" นายวิโรจน์กล่าว

Read 1225 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35