Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 11:15

ภาคธุรกิจไทยเซซบกู้เงินนอกระบบ ช่วง3ปีสัดส่วนเพิ่ม20%-สิ่งทอจี้รัฐแก้วิกฤตสินเชื่อ

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:ข่าวสด นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงภาวะหนี้นอกระบบของผู้ประกอบการไทยว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาปริมาณการพึ่งพิงหนี้นอกระบบของธุรกิจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันที่ธุรกิจประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนักจากผลพวงวิกฤตเศรษฐกิจโลก ขณะที่ธนาคารพาณิชย์เริ่มเข้มงวดจากการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องหันไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบมากขึ้นปัจจุบันมีอัตราเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากสัดส่วนการกู้ทั้งหมด เพิ่มสูงขึ้นจาก 3 ปีก่อนหน้าที่มีอัตราการกู้เงินจากนอกระบบเพียง 10-15% เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่การกู้เงินนอกระบบเป็นลักษณะของวงแชร์ อย่างไรก็ตามสัดส่วนการกู้ยืมเงินนอกระบบของภาคธุรกิจยังไม่ได้อยู่ในอัตราที่น่าเป็นห่วงเพราะยังมีสัดส่วนไม่มากนัก เนื่องจากขนาดของวงเงินกู้ยังเป็นขนาดเล็กมีจำนวนไม่มากยังไม่สามารถดึงดูดผู้ประกอบธุรกิจได้มากนักโดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วนภาวะหนี้นอกระบบในภาคประชาชนขณะนี้พบว่าเพิ่มขึ้นมากจากช่วง 3 ปีก่อนเช่นกัน โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 20-25% ของการกู้เงินทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วง 3 ปีก่อนที่อยู่ในสัดส่วนเพียง 10-15% เท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรต้องระมัดระวัง หากปล่อยไว้อาจเกิดปัญหาตามมามากมาย นายธนวรรธน์กล่าวต่อว่า อัตราการว่างงานในปัจจุบันขณะนี้มีประมาณ 8 แสนคน และในช่วงไตรมาสที่ 2 คาดว่าจะมีคนตกงานเพิ่มขึ้นอีก 3-5 แสนคน ซึ่งจะทำให้ยอดคนตกงานเพิ่มขึ้นเป็น 1.2-1.3 ล้านคน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมเริ่มทยอยปลดคนงานเพิ่มเติมในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. โดยคาดว่าจะมีปัญหาเลิกจ้างประมาณ 2 แสนคน ขณะที่บัณฑิตจบใหม่จะตกงานเพิ่มขึ้นอีก 2 แสนคนจากจำนวนบัณฑิตที่จบการศึกษา 4 แสนคน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง รัฐบาลต้องเร่งอบรมแรงงาน และโครงการต้นกล้าอาชีพ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาคนตกงานที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ที่กำลังมีปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ เพราะขณะนี้ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีมากขึ้น เนื่องจากกลัวปัญหาหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) จึงต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลจุดนี้อย่างเร่งด่วนก่อนที่จะทยอยปิดกิจการลงเพราะขาดเงินทุนในการดำเนินธุรกิจ "ปัญหาการขาดสภาพคล่องของภาคธุรกิจเริ่มรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากยอดขายเริ่มมีปัญหาเพราะคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ลดลงในหลายอุตสาหกรรม ส่วนลูกหนี้ขอยืดเวลาการจ่ายเงินชำระสินค้านานขึ้น ธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะกลัวว่าผู้ประกอบการจะไม่มีเงินจ่ายคืน" นายไพบูลย์กล่าว นายปิลันธน์ ธรรมมงคล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอเริ่มมีปัญหาขาดสภาพคล่อง เพราะผู้ซื้อขอเครดิตในการจ่ายเงินซื้อสินค้ายาวขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มมีปัญหาหมุนเงินสดไม่ทัน ประกอบการสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น คาดว่ายอดส่งออกปี "52 ของอุตสาหกรรมสิ่งทอจะลดลงประมาณ 5-10% จากปีก่อนที่มีมูลค่าส่งออก 8 พันล้านบาท

Read 1328 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35