Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 12:42

อียูผวาติดหวัดเงินฝืด สเปนออกอาการน่าเป็นห่วง

Written by 
Rate this item
(0 votes)

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

            ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ราคาสินค้าในประเทศสเปนปรับลดลงในหลากแขนงธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจภาคบริการ หรือภาคค้าปลีก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อสินค้ารวมทั้งยอดจำหน่ายสินค้าลดลงอย่างฮวบฮาบ ทำให้ผู้ประกอบการต้องลดราคาจำหน่ายสินค้าลงเพื่อหวังกระตุ้นยอดขาย

 

 

เช่นกรณีของบริษัท เฟอร์แมกซ์ ผู้ผลิตอุปกรณ์การสื่อสารภายในอาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัย ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ปรับลดราคาสินค้าลงกว่า 30% เพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่แม้กระนั้นก็ยังไม่ได้ช่วยกอบกู้สถานการณ์ขึ้นมาได้ และทำให้บริษัทต้องปลดคนงานต่อไปอีกเช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ หลายรายที่กำลังประสบชะตากรรมเดียวกัน ส่งผลต่ออัตราการว่างงานของสเปน ที่ล่าสุดขยับขึ้นไปถึงระดับ 15.5% แล้ว และเป็นไปได้ว่าจะขยับแตะ 20% ในเร็วๆ นี้ นับเป็นตัวเลขที่น่ากังวลใจสำหรับประเทศอุตสาหกรรมพัฒนาแล้ว 
 
การเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันของอัตราการว่างงานที่พุ่งสูงขึ้นสวนทางกับราคาสินค้าและบริการที่ลดต่ำลง ทำให้นักเศรษฐศาสตร์เกรงว่า สถานการณ์ดังกล่าวกำลังบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ที่ว่าสเปนได้เริ่มก้าวเท้าเข้าสู่ภาวะเงินฝืด (deflation) ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกเคยเผชิญมาแล้วในยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) และเป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นก็เคยเผชิญมาในช่วงทศวรรษ 1990 สถานการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้คนยุคนี้หวั่นเกรงว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤติการเงินที่เริ่มแผ่กระจายจากสหรัฐอเมริกาออกไปทั่วโลกเมื่อปีที่ผ่านมา

 

 

นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า ภาวะเงินฝืดอาจส่งผลให้เศรษฐกิจโลกควงดิ่งลงต่อไปจนยากที่จะพลิกฟื้น โดยปกติแล้วเมื่ออัตราคนว่างงานเพิ่มขึ้นและผู้บริโภคก็เริ่มลดการจับจ่ายใช้สอย ผู้ผลิตสินค้าและผู้ประกอบการก็จะได้รับแรงกดดันให้ปรับลดราคาสินค้าลงมาเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่หากแม้ลดราคาสินค้าลงแล้ว ยอดขายก็ยังไม่กระเตื้อง ทั้งรายได้และกำไรของผู้ประกอบการก็จะลดลงต่อไปอีก ทำให้สุดท้ายแล้วก็ต้องมีการลดเงินเดือนหรือลอยแพพนักงานต่อไป กลายเป็นวงจรที่น่าหวาดหวั่น และในบรรดาประเทศอุตสาหกรรมของยุโรป ขณะนี้วงจรดังกล่าวมีความชัดเจนมากที่สุดในสเปน

              โดยมีนาคมที่ผ่านมา สเปนเป็นประเทศแรกในกลุ่มที่ใช้เงินสกุลยูโร 16 ประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อลดลง ถึงแม้จะเป็นการลดลงเล็กน้อยเพียง 0.1% แต่ก็เป็นอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 ซึ่งเป็นปีแรกที่รัฐบาลสเปนเริ่มมีการจัดเก็บข้อมูลเงินเฟ้ออย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่ของสเปนระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ราคาสินค้ายังจะลดลงต่อไปตลอดช่วงฤดูร้อนนี้ เช่นสินค้าในกลุ่มอาหาร อาทิ น้ำตาลและปลา มีการปรับราคาลดลงมาแล้ว 5.7% และ 6.2% ตามลำดับ ขณะที่สินค้ากลุ่มยาและเวชภัณฑ์ มีราคาลดลง 0.7% ส่วนรองเท้า เสื้อผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า ข่าวระบุว่า ราคาปรับลงเล็กน้อยเช่นกัน

นาย ลอเรนโซ เอเมอร์ ประธานสมาคมแรงงานอิสระ (เอเอดับบลิว) ซึ่งเป็นตัวแทนธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบอาชีพอิสระในสเปน ให้ความเห็นว่า สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นแล้ว และเศรษฐกิจของสเปนก็กำลังเสี่ยงกับหายนะ เพราะโดยทั่วไปแล้วการที่ประเทศจะฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวไม่ใช่เรื่องยาก ผิดกับการฟื้นตัวจากภาวะเงินฝืดซึ่งยากกว่ามาก และภาวะดังกล่าวก็ไม่ได้สร้างความหวั่นวิตกเพียงในสเปนเท่านั้น เพราะประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐฯ ก็กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน สถิติชี้ว่า ดัชนีราคาสินค้ากำลังลดลงในลักเซมเบิร์ก โปรตุเกส และไอร์แลนด์ แม้จะเป็นการลดลงในอัตราเล็กน้อย แต่ก็มีข้อมูลอื่นๆ ที่บ่งชี้ว่าความเสี่ยงเกี่ยวกับเงินฝืดกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น

           ข่าวระบุว่า ในเยอรมนี ราคาค้าส่งลดลง 8% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว) ขณะที่ในญี่ปุ่น ราคาค้าส่งลดลงเพียง 2.2% และในสหรัฐอเมริกา ดัชนีราคาผู้บริโภคลดลงเพียง 0.1% "สิ่งที่เกิดขึ้นในสเปน ไม่ได้หมายความว่ามันจะแผ่กระจายมาถึงสหรัฐฯ แต่เราจำเป็นต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงแนวโน้มเงินฝืดในประเทศอื่นๆ ด้วย เพื่อทำความเข้าใจกับแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น" ศ. ไซม่อน จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเสตต์ (เอ็มไอที) และอดีตหัวหน้านักเศรษฐศาตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าว เขายังเตือนด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหมือนปฐมบทของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวใหม่

           ด้าน ศ.ซานติเอโก คาร์โบ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกรานาดา ในสเปน ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดน้อยกว่า เนื่องจากธนาคารกลาง (เฟด) ใช้นโยบายลดดอกเบี้ยมาจนเกือบถึง 0% แล้วยังทุ่มงบกระตุ้นการปล่อยกู้ ขณะที่ 27 ประเทศอียูมีความเสี่ยงต่อปัญหามากกว่า เนื่องจาก 16 ประเทศใช้เงินสกุลยูโรร่วมกันและมีธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เป็นผู้กำหนดนโยบายกลางด้านการเงิน และนับตั้งแต่วิกฤติการเงินครั้งล่าสุดนี้ปะทุขึ้นในสหรัฐฯ และขยายวงกระทบออกไปทั่วโลก อีซีบีก็ได้ปรับลดดอกเบี้ยตามเฟดเช่นกัน แต่ลดในอัตราค่อยเป็นค่อยไป และไม่ได้ทุ่มงบกระตุ้นการปล่อยกู้มากเหมือนในสหรัฐฯ

           ส่วนกรณีของสเปนซึ่งปัจจุบันใช้เงินยูโรเช่นกัน หากเป็นสมัยอดีตซึ่งยังมีเงินสกุลเปเซต้าของตัวเอง อาจแก้ปัญหาได้ง่ายๆ ด้วยการปรับลดค่าเงินหรือลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เมื่อขณะนี้สเปนใช้เงินสกุลร่วม และมีนโยบายการเงินที่ควบคุมโดยอีซีบี จึงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ "ถ้าหากเราเข้าสู่ภาวะเงินฝืด เราก็จะไม่มีเครื่องมือทางการเงินไปจัดการกับปัญหา" ศ. คาร์โบให้ความเห็นทิ้งท้าย

Read 1060 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35