Print this page
Wednesday, 13 January 2010 12:43

วอล-มาร์ทเสียแชมป์ฟอร์จูน 500 เอกซอนคว้าบ.ธุรกิจที่มีรายได้สูงสุดปี 52

Written by 
Rate this item
(0 votes)

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

เอกซอน บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ เบียดนั่งเก้าอี้เบอร์ 1 ใน 500 บริษัทธุรกิจที่มีรายได้และกำไรสูงสุดในโลกประจำปี 2552 แทนวอล-มาร์ท ห้างค้าปลีกอันดับหนึ่งแดนมะกันที่เคยครองตำแหน่งดังกล่าวในปีที่แล้ว
 
การจัดอันดับบริษัทที่มีรายได้จากการประกอบการสูงสุดในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ ฟอร์จูน 500 ที่จัดขึ้นโดยนิตยสารฟอร์จูน ประจำปี 2552 โดยพิจารณารายได้จากผลประกอบการในปี 2551 พบว่า บริษัท เอกซอน โมบิล คอร์ป บริษัทน้ำมันอันดับหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ติดอันดับหนึ่งของฟอร์จูน 500 จากการที่บริษัทมีรายได้ 442,850 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 19% เมื่อเทียบกับสถิติรายได้ของบริษัทในปี 2550 ยิ่งไปกว่านั้นเอกซอนยังเป็นบริษัทที่ทำกำไรได้มากที่สุดในปีที่แล้วคิดเป็นมูลค่า 45,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ขณะที่บริษัท วอล-มาร์ท สโตร์ อิงค์ เจ้าของเชนห้างค้าปลีกลดราคา "วอล-มาร์ท" ที่ครองอันดับหนึ่งในการจัดอันดับฟอร์จูน 500 ถึง 6 ครั้งในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา และติดอันดับหนึ่งในการจัดอันดับครั้งที่แล้ว ตกมาอยู่อันดับ 2 เพราะวอล-มาร์ทมีรายได้เพียง 405,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับสถิติในปีก่อนหน้า และมีกำไร 13,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5%

ฟอร์จูนระบุว่า วอล-มาร์ทได้รับประโยชน์จากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทำให้ผู้บริโภคที่หันมารัดเข็มขัดเลือกซื้อสินค้าราคาถูกที่ห้างค้าปลีกอันดับหนึ่งของสหรัฐฯแห่งนี้

แม้ปี 2551 จะเป็นปีที่ดีสำหรับธุรกิจของเอกซอน และ วอล-มาร์ท แต่สำหรับบริษัทอื่นๆที่อยู่ในอันดับฟอร์จูน 500 ไม่ถือว่าปี 2551 เป็นปีที่ดีแต่อย่างใด เพราะในภาพรวมรายได้ของบริษัทที่เหลือในการจัดอันดับฟอร์จูน 500 ดิ่งลง 85% สู่ระดับ 98,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากสถิติรายได้รวม 645,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2550 และนับเป็นปีที่รายได้ของบริษัทเหล่านี้ลดลงต่ำสุดในรอบ 55 ปี

บริษัทพลังงานหลายแห่งติดอันดับต้นๆในการจัดอันดับครั้งนี้ เป็นผลจากการที่ราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในฤดูร้อนปีที่แล้ว ก่อนที่จะปรับลดลงมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีเดียวกัน ทั้งนี้บริษัท เชฟรอน คอร์ป และบริษัท โคโนโค ฟิลลิปส์ จำกัด สองผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ รั้งอันดับ 3 และ 4 ด้วยรายได้ 263,160 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯและ 230,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯตามลำดับ

ขณะที่บริษัทเจนเนอรัล อิเลกทริค จำกัด (จีอี) ซึ่งทำธุรกิจหลากแขนงตั้งแต่การผลิตเครื่องจักรกลจนถึงสินเชื่อส่วนบุคคลรั้งอันดับ 5 ตามมาด้วยบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ป (จีเอ็ม) ตกจากอันดับ 4 มาอยู่ที่อันดับ 6 ในการจัดอันดับครั้งล่าสุด จากการที่บริษัทมีรายได้ลดลง 18% และประสบกับการขาดทุน 30,860 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากตลาดรถยนต์ในสหรัฐฯซบเซาอย่างรุนแรง ส่วนบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ จำกัด คู่แข่งของจีเอ็มมีรายได้ 146,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดอันดับ 7

บริษัท เอทีแอนด์ ที อิงค์ บริษัทสื่อสารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ขยับจากอันดับ 10 สู่อันดับ 8 ตามมาด้วยบริษัท ฮิวเลตต์-แพกการ์ด จำกัด ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำ และ บริษัท วาเลอโร เอนเนอร์ยี่ คอร์ป ที่ทำธุรกิจด้านพลังงานรั้งอันดับ 9 และ 10 ตามลำดับ

ทั้งนี้นิตยสารฟอร์จูน ระบุว่ากลุ่มธุรกิจการเงินได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากที่สุดในปี 2551 ยอดขาดทุนรวมของกลุ่มธนาคาร บริษัทการเงิน และ บริษัทประกันภัย อยู่ที่ระดับ 213,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 70% เมื่อเทียบกับรายได้ในปี 2549 ซึ่งเป็นปีที่กลุ่มธนาคาร บริษัทการเงิน และบริษัทประกันภัยมีรายได้สูงสุด

แบงก์ ออฟ อเมริกา คอร์ป และ บริษัทซิตี้ กรุ๊ป อิงค์ ที่เคยอยู่ในอันดับ 8 และ 9 ในการจัดอันดับครั้งที่แล้ว หล่นมาที่อันดับ 11 และ 12 ตามลำดับ

นอกจากนั้นบริษัท 38 แห่ง รวมทั้ง บริษัท เลห์แมน บราเธอร์ส อิงค์ บริษัท วอชิงตัน มิวช่วล อิงค์ และ บริษัท วาโชเวีย คอร์ป ซึ่งทำธุรกิจธนาคารและสถาบันการเงินที่ถูกควบรวมกิจการหรือกำลังอยู่ในขั้นตอนการควบรวมกิจการ ได้หลุดจากการจัดอันดับฟอร์จูน 500 ครั้งล่าสุดนี้

ส่วนบริษัทที่เผชิญกับการขาดทุนมากที่สุดได้แก่ บริษัท เอไอจี คอร์ป บริษัทประกันภัยรายใหญ่ของสหรัฐฯที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลมากกว่า 180,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 245 ซึ่งต่ำกว่าการจัดอันดับฟอร์จูน 500 ครั้งที่แล้วถึง 232 อันดับ

 

 

 

Read 1672 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35