Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 12:43

ปรับเป้าเศรษฐกิจหดตัวกว่า2%

Written by 
Rate this item
(0 votes)

        นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช.จะปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจปี 52 ใหม่ในเดือน พ.ค. หลังจากพบว่าดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจทั้งการส่งออก ภาวะเศรษฐกิจโลก การบริโภค และการลงทุนในประเทศในไตรมาสแรก หดตัวอย่างต่อเนื่องและรุนแรงกว่าที่ สศช.คาดการณ์ไว้ ทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะหดตัวมากกว่า 2% แน่นอน จากเดิมที่คาดว่าหดตัวที่ 1% ขณะที่ในไตรมาสแรกน่าจะหดตัว 4-5% ส่วนผลกระทบจากการชุมนุมมีผลกระทบในระยะยาวต่อการลงทุนและการท่องเที่ยว ซึ่งขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะฟื้นความเชื่อมั่นทางการเมืองผ่านกระบวนการประชาธิปไตยในรัฐสภาได้เร็วแค่ไหน

        การส่งออกไตรมาสแรกหดตัวลงถึง 25% จากที่คาดว่าจะหดตัวเพียง 10-15% ขณะที่เศรษฐกิจโลกหดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินล่าสุดในที่ประชุมกลุ่มประเทศจี 20 ว่าสหรัฐหดตัวถึง 1.5% จากเดิมลบ 0.5% ส่วนญี่ปุ่นหดตัว 2-3% และไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะต่ำสุดเมื่อใด  ขณะที่ตัวเลขลงทุนของเอกชนหดตัวถึง 7.9% จากเดิมที่คาดลบ 2-3% ส่วนการบริโภคเอกชนหดตัว 4-5%

        ส่วนการบริหารเศรษฐกิจจากนี้ไปยังไม่เปลี่ยนแปลงที่เน้นการลงทุนของรัฐบาลตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 วงเงิน 1.56 ล้านล้านบาท ในช่วง 3 ปี (53-55) แต่อาจปรับปรุงโครงการให้เหมาะสมมากขึ้น เพื่อให้มั่นคงในระยะยาว ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการแข่งขัน สังคม การศึกษา สาธารณสุข และการสร้างความเข้มแข็งในชุมชน การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร เป็นต้น

        น.ส.ดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จีดีพีปี 52 คาดว่าจะติดลบ 1% ถึงลบ 3.5% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 0-2% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกหดตัวรุนแรงทำให้การส่งออก ลดลงมาก โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าติดลบมากกว่า เช่น สหรัฐติดลบ 2.9% ยุโรปติดลบ 3.4% ญี่ปุ่นติดลบ 6.2% และกระทบต่อเนื่องถึงการบริโภค การลงทุนภาคเอกชนทำให้การนำเข้าสินค้าชะลอตัวลง นอกจากนี้ปัญหาการเมืองในประเทศกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและนักลงทุน รวมทั้งอาจทำให้การเบิกจ่ายงบของภาครัฐทั้งงบเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 52 และแผนการ กระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ 2 ในปีงบประมาณ 53 มีความล่าช้า

        ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 1% ถึงขยายตัว 1% เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0-1% แต่ในปี 53 ถ้าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวในช่วงปลายปีนี้ เชื่อว่าจีดีพีจะขยายตัว 1.5-3.5% เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1-3% และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0-1.5% อย่างไรก็ตาม ถ้าเศรษฐกิจโลกยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้และเกิดปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศจะทำให้จีดีพีมีโอกาสติดลบมากกว่า 3.5% หรือติดลบอยู่ที่ 4-5% ส่วนจีดีพีไตรมาส 1/52 มีความเป็นไปได้ 43% ที่จะติดลบ 5% ถึงติดลบ 6% และมีความเป็นไปได้ 5% ที่จีดีพีติดลบ 7% โดยถือว่าเป็นการติดลบมากสุด ถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ถ้าเทียบกับไตรมาส 4/52 จะติดลบน้อยกว่า

        นายอดิศักดิ์ โรหิตะสุน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมี.ค. 52 อยู่ที่ 69.4 เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.พ. ที่ระดับ 63.0 เนื่องจากคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นหลังสต๊อกสินค้าของลูกค้าเริ่มลดลง ประกอบกับการเร่งผลิตเพื่อชดเชยในช่วงวันหยุดสงกรานต์เดือน เม.ย.

         นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปี 52 มีแนวโน้มขยายตัวติดลบน้อยลงอยู่ที่ติดลบ 2% ถึงลบ 4% เพราะคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่เคยลดลงไปมากเริ่มกลับมา.

Read 1026 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35