Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 12:44

เศรษฐกิจไทยติดลบสุดกู่

Written by 
Rate this item
(0 votes)

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ธปท.ปรับประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลบ 3.5% ของจีดีพี ดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจทุกตัวอยู่ติดลบในช่วงต่ำที่สุด เผยส่งออก-นำเข้าทรุดหนักเป็นประวัติการณ์...

นางสาวดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายนโยบายการเงิน เปิดเผยว่า ได้ปรับลดประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของปี 52 จากเดิมประมาณ การไว้ที่ 0-2% ของจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) ลงมาอยู่ที่ติดลบ 1.5% ถึงลบ 3.5% ของจีดีพี เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทยที่ขยายตัวติดลบมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกมีผลต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่าที่ประมาณการไว้ ซึ่งสมติฐานเดิมคาดว่า เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าอยู่ที่ 0.9% ของจีดีพี แต่ประมาณการใหม่ปรับลดเป็นติดลบ 1.2 ถึงลบ 2.9% ของจีดีพี

อย่างไรก็ตาม หากรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงสงกรานต์ ธปท. ประเมินว่า โอกาสของการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยทั้งปีจะติดลบ 3.5% หรืออาจไหลไปอยู่ที่ลบ 4 ถึงลบ 5% ของจีดีพีได้ ในกรณีที่ผลกระทบจากการเมืองมีความรุนแรงมากขึ้น

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 20 พ.ค.ที่จะถึงนี้ จะมีการประเมินรายละเอียดความเสียหายและผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจจากสถานการณ์ทางการเมือง และผลที่จะตามมาในช่วงสงกรานต์ให้ กนง.รับทราบ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า จะติดลบมากกว่าประมาณ การในขณะนี้

?ในเบื้องต้น มองภาพเศรษฐกิจไทยที่รวม ผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองได้ในช่วงที่ติดลบต่ำที่สุดของประมาณการคือลบ 3.5% โดยประมาณการว่า ไตรมาสแรกของปีนี้จะเป็นไตรมาสที่เศรษฐกิจไทยติดลบมากที่สุด เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนที่ติดลบ 4% ถึงลบ 7% ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จะปรับตัวดีขึ้น โดยขยายตัวติดลบ 3% ถึงติดลบ 7% ไตรมาสที่ 3 จะเป็นไตรมาสสุดท้ายที่ติดลบอยู่ประมาณลบ 1 ถึงลบ 4% และการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะกลับมาเป็นบวกในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 1-5%

ขณะเดียวกัน ธปท.ได้ปรับลดประมาณการการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนลงจาก 1.5-2.5% มาเป็นลบ 0.5% ถึงขยายตัว 0.5% ขณะเดียวกัน ก็ปรับลดประมาณการการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนจากเดิม 0% ถึงลบ 2% มาเป็นลบ 12% ถึงลบ 14% ในด้านการส่งออกและนำเข้าถือว่าปรับลดลงมากที่สุด จากเดิมติดลบ 5.5% ถึงลบ 8.5% ปรับใหม่ติดลบ 24.5% ถึงลบ 27.5% ขณะที่การปรับลดประมาณการนำเข้าติดลบ 31.5% ถึงลบ 34.5% ส่งผลให้เกินดุลการค้า 10,500-13,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 11,500-14,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 53 จะขยายตัวกลับมาเป็นบวกต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 4 ปี 52 แต่ ธปท. ได้ปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 53 ลงจากประมาณการครั้งก่อน จากเดิมขยายตัว 2-4% ของจีดีพี เหลือ 1.5-3.5% ของจีดีพี เนื่องจากรัฐบาลได้ปรับลดงบประมาณปี 53 ลง 200,000 ล้านบาท ซึ่งอาจจะกระทบมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ด้านนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนัก งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สศช.จะปรับการคาดการณ์ เศรษฐกิจปี 52 ใหม่ในเดือน พ.ค. หลังจากพบว่าดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจหลายตัวในไตรมาสแรกหดตัวอย่างต่อเนื่อง และมากกว่าคาดการณ์ ทำให้ เศรษฐกิจไทยจะหดตัวมากกว่าลบ 2% ของจีพีดีจากที่คาดการณ์เดิมว่าจะติดลบ 1% ของจีพี ขณะที่ในไตรมาสแรกหดตัวมากกว่า 4-5% จีดีพี ส่วนผลกระทบจากการชุมนุมขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือของรัฐบาลที่จะทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ

?การส่งออกในไตรมาสแรกหดตัวลงถึง 25% จากที่คาดว่าจะหดตัวเพียง 10-15% ขณะที่เศรษฐกิจโลกหดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินล่าสุด และที่มีการรายงานในที่ประชุมกลุ่มประเทศจี 20 คาดว่า สหรัฐฯ หดตัวถึง 1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 0.5% ส่วนญี่ปุ่นหดตัวถึง 2-3% และไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะต่ำสุดเมื่อใด ขณะที่ตัวเลขลงทุนของเอกชนหดตัวถึง 7.9% จากที่คาดว่าหดตัวเพียง 2-3% ส่วนการบริโภคเอกชนหดตัว 4-5%?

นายอำพนกล่าวว่า หากสมมติฐานเศรษฐกิจไทยหดตัวถึง 5% ของจีดีพี เท่ากับว่ารายได้ประชาชาติจะอยู่ที่ 8.5 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 50 หากคิดว่าปีนี้แย่ที่สุด ต้องมองย้อนกลับไปในปี 50 ว่า ตามข้อเท็จจริงแล้วลำบากหรือไม่ เพราะการพยายามทำให้ประเทศมั่งคั่งโดยจีดีพีมีมูลค่าสูงๆ แต่ไม่เกิดความมั่นคงในระยะยาว ซึ่งการที่รัฐบาลใช้ทางสายกลางในการแก้ไขปัญหาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงถือว่าถูกต้องแล้ว.

Read 1061 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35