Print this page
Wednesday, 13 January 2010 12:44

อกนิษฐ์ สมิตะพินทุ นายก PSCMT เปิดวิชั่นนักจัดซื้อรับวิกฤต

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:ประชาชาติธุรกิจ

แรงกดดันจากการถดถอยของภาวะเศรษฐกิจส่งผลหลายบริษัทมีนโยบายให้พนักงานทุกฝ่ายภายในองค์กรพยายามช่วยกันปรับลดค่าใช้จ่ายเพื่อประคับประคองบริษัทให้อยู่รอด

"ฝ่ายจัดซื้อ" ถือเป็นงานด่านหน้าในซัพพลายเชนที่ถูกแรงกดดันอย่างหนักจากฝ่ายบริหารให้ประหยัดและลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด

อกนิษฐ์ สมิตะพินทุ นายกสมาคมบริหารงานจัดซื้อและซัพพลายเชนแห่งประเทศไทย (PSCMT) ได้มาเปิดกลยุทธ์เชิงรุกนักจัดซื้อมืออาชีพรับวิกฤตเศรษฐกิจ

ต้นทุนจัดซื้ออย่างไรถูกใจเถ้าแก่

หากกล่าวถึงเรื่องต้นทุน ทำไมเถ้าแก่หรือเจ้าของกิจการถึงสนใจเรื่องต้นทุนเป็นหลัก เพราะมองแล้วว่าต้นทุนที่นักจัดซื้อจับอยู่ประมาณ 50-70% เป็นต้นทุนของวัตถุดิบ เมื่อลดต้นทุนวัตถุดิบได้จะส่งผลโดยตรงกับราคาสินค้าหรือกำไรเห็นๆ จึงมีความหวังสูงให้นักจัดซื้อลดต้นทุน

แสดงว่างานจัดซื้อมีความสำคัญในองค์กร ต้องมาพิจารณาบทบาทหน้าที่ของคนจัดซื้อในองค์กรได้ทำหน้าที่มีความสำคัญจริงหรือไม่ การเลือกซัพพลายเออร์ ตัดสินใจโดยใคร การกำหนดระดับคุณภาพ ตัดสินใจโดยใคร

ที่ผ่านมาบริษัทที่ประสบปัญหาเกิดจากจัดซื้อมีปัญหาเรื่องซัพพลายเออร์ เพราะไม่มีการเลือกซัพพลายเออร์

ดังนั้นนักจัดซื้อต้องรู้ก่อนว่า สินค้าที่ตัวเองจะซื้อมีอะไรบ้าง จัดลำดับความสำคัญ รู้ว่าตัวไหนสำคัญมาก สำคัญน้อย แล้วค่อยมาจับว่าเราจะเริ่มต้นตัวไหนบ้าง

แต่เรามีปัญหาตรงที่ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน แม้กระทั่งการกำหนดระดับคุณภาพสินค้า วิศวกรกำหนดมาให้ โดยที่เราก็ไม่รู้ว่าการจัดแบบนั้นเป็นการล็อกสเป็ก หรือว่าเป็นการบีบสเป็กให้น้อยลงหรือไม่ เป็นการปิดทางเลือกในการจัดซื้อโดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่มีใครถูกใครผิด เพราะวิศวกรพิจารณาเรื่องคุณภาพเป็นหลัก สินค้าที่ผลิตออกมาต้องมาจากวัสดุชั้นเยี่ยม

แต่ในมุมมองของการซื้อการขาย นักจัดซื้อมีหน้าที่ในการเสนอทางเลือก หาตลาดให้มากขึ้น ให้วิศวกรได้รับรู้ ให้ผู้บริหารตัดสินใจได้มากขึ้น ต้องมีความรู้ในตัวสินค้าที่จะซื้อ แล้วมีทักษะในการประสานงาน เช่น วิศวกร อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นักจัดซื้อต้องไปประสานงานกับวิศวกร ว่าวัตถุดิบที่หามาได้คุณภาพใช้ได้ ให้ลองเทียบคุณภาพดู นักจัดซื้อมาดูว่าคุณภาพดีกว่าเท่าไหร่ คุ้มค่ากับราคา ต้องร่วมกันตัดสินใจเพราะทุกอย่างเกี่ยวข้องทั้งหมดกับสินค้าที่จะผลิตออกมา

ปัจจุบันนักจัดซื้อต้องเปลี่ยนบทบาทในการทำงาน สินค้าบางตัวไม่มีสินค้า นักจัดซื้อต้องพยายามหาทดแทน ผมมองว่าต้องเพิ่มโอกาสให้บริษัท กับลดความเสี่ยงให้บริษัท ไม่ใช่มองแค่ต้นทุน โอกาสของบริษัท เช่น มีบางอย่างที่เราเปลี่ยนวัตถุดิบ ราคาเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพแล้วเป็นอัตราส่วนที่น้อยกว่า ราคาเพิ่มขึ้นนิดเดียวแต่คุณภาพเพิ่มขึ้นมาก นี่คือการเพิ่มโอกาสให้บริษัท หรือบางทีการนำซัพพลายเออร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซัพพลายเออร์อาจมีความรู้มากกว่าเรา ให้เราเปลี่ยนนิดหน่อย แล้วโปรดักต์เราอาจมีความน่าเชื่อถือขึ้นมาก

อย่างไรก็ตามนักจัดซื้อต้องรู้ว่าตัวเองสำคัญ ต้องรู้วิธีการทำงาน ต้องรู้วิธีการเจรจากับคน รู้วิธีแสดงเหตุผล ผมพบหลายคนบอกว่า เคยนำเสนอไปให้หลายๆ ตัว แต่จบลงตัวนี้ทุกที แต่บริษัทมีนโยบายให้ประหยัดต้นทุน ซึ่งเรื่องต่างๆ เหล่านี้ทางสมาคมมีการสอนและอบรมให้

กลยุทธ์การจัดซื้อ รู้เขา-รู้เรา

การจัดกลยุทธ์ในการจัดซื้อสำคัญ เพราะการจัดลำดับความสำคัญของแต่ละตัว วิธีการจัดซื้อของแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน วิธีการที่จะให้ลูกน้องดูแล แต่ละกลุ่มของสินค้าก็ไม่เหมือนกัน บางกลุ่มต้องใช้ลูกน้องที่ต่อรองเก่ง เพราะมีซัพพลายเออร์มาก

นักจัดซื้อต้องมองให้เห็นความเชื่อมโยงทั้งหมด การเชื่อมโยงมันเป็นศาสตร์ แต่การนำไปปฏิบัติมันเป็นศิลปะ

แล้วที่สำคัญนักจัดซื้อต้องรู้ซัพพลายมาร์เก็ต อย่างสินค้าบางตัวไม่สามารถลดราคาได้แล้ว เช่น ของที่มีคนขายอยู่ 1-2 ราย อย่างรถเบนซ์จะลดราคาให้เราทำไม เราก็ต้องหาเหตุหาผลว่า ทำไมเขาตั้งราคาแบบนี้ การตั้งราคานักจัดซื้อก็ต้องเข้าใจ เพื่อเข้าใจสถานภาพของมันก่อน

ส่วนต้นทุนต้องไปดูว่าเท่าไหร่บ้าง ยกตัวอย่าง การขนส่งที่ผ่านมา ราคาน้ำมันกระโดดขึ้นเท่าตัว มีการขอขึ้นค่าขนส่งเป็นเท่าตัว แต่นักจัดซื้อจะต้องรู้ว่าราคาที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าไหร่ ที่ขอปรับขึ้น ต้องคำนวณต้นทุนสินค้ากับต้นทุนน้ำมัน เปรียบเทียบการขึ้นราคา เปรียบเทียบว่าต้นทุนมาจากที่ไหนบ้าง ลักษณะแบบนี้คือ การวิเคราะห์ต้นทุน เพราะต้องบริหารต้นทุนว่าแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง ราคาขึ้นหรือลง จัดลำดับสินค้าคงคลังให้เหมาะสม

สต๊อกอย่างไรให้เหมาะสม

ในการสต๊อกต้องแบ่งก่อนว่า ตัวไหนควรเก็บหรือไม่ควรเก็บ ต้องไล่ไปดูซัพพลายเชน สมมติว่าบ้านเราเป็นคอนโดฯ แล้วข้างล่างมีร้านสะดวกซื้อเปิด 24 ช.ม. ไม่จำเป็นต้องซื้อตู้เย็นใหญ่ เดินไปซื้อข้างล่าง

นี่เป็นลักษณะสินค้าคงคลังซึ่งเกี่ยวข้องกันหมด ถ้าเรารู้การเชื่อมโยงของระบบซัพพลายทำให้สามารถกำหนดระดับ สินค้าคงคลังได้

รวมถึงการรับข่าวสารที่จะเข้ามากระทบกับระดับราคา นักจัดซื้อต้องจับตามอง เช่น น้ำมันจะขึ้น ต้องรู้ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้น้ำมันขึ้น อะไรจะเชื่อมโยงต่อไป เมื่อก่อนเราจะมองเห็นภาพจัดซื้อนั่งอยู่ที่โต๊ะโทรศัพท์ทั้งวัน

ตอนนี้จะเห็นภาพนักจัดซื้อออกไปหาซัพพลายเออร์ มองไปข้างหน้ามากขึ้น ว่าของที่สั่งไปมีดีเลย์หรือไม่ โอกาสเป็นอย่างไรบ้าง ทักษะต่างๆ ก็ต้องปรับ ไม่ใช่เฉพาะพูดต่อรองเก่ง ความรู้ในสินค้า ความรู้ในการดิวกับคน

นอกจากนี้ต้องศึกษาเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นอย่างไรบ้าง มีความรู้สึกตลาดเป็นอย่างไรบ้าง การหาข้อมูลทางการตลาดฝั่งดีมานด์เพื่อเอาข้อมูลมาปรับในฝั่งซัพพลายได้ ถ้านักจัดซื้อเอาแต่รอการคาดการณ์จากฝ่ายการตลาด ไม่ทันกิน คาดการณ์จากฝ่ายการตลาดต้องสอบถามได้ว่า ความแม่นยำเป็นอย่างไรบ้าง

ฝั่งดีมานด์ต้องรู้ว่าสามารถตอบสนองได้เร็วช้าเพียงใด ถ้าเราต้องชะลอดีมานด์ เรามีระยะเวลาการส่งมอบในการชะลอได้เท่าไหร่ นี่คือการควบคุมสินค้าคงคลัง

 

 

 

 

Read 1726 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35