Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 12:46

กสอ.กางแผน3ปีชุบชีวิตSMEs ใส่งบ2,000ล้านปั้น10โครงการ

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:ฐานเศรษฐกิจ

 

 

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมร่างแผนระยะกลาง 3 ปี รวม 10 โครงการ มูลค่า 2,044.85 ล้านบาท ล็อตแรกชงของบกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 กว่า 570 ล้านบาท ส่วนความคืบหน้างบกลางปี '52 เม็ดเงิน 130 ล้านบาทถึงมือแล้วพร้อมเดินหน้าโครงการลดต้นทุนตั้งเป้าสัมมนาเอสเอ็มอี 10,000 ราย วินิจฉัยโรงงาน 2,500 แห่ง และให้คำปรึกษาเชิงลึก 500 โรงงาน

 


ปราโมทย์ วิทยาสุข อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กสอ. ได้จัดทำโครงการตามแผนลงทุนระยะปานกลางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและท่องเที่ยว รวม 10 โครงการ กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี ระหว่างปี 2553-2555 ใช้วงเงินงบประมาณ2,042.85 ล้านบาท โดยในปี 2553 ได้เสนอของบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ของรัฐบาลเป็นจำนวนเงิน 571 ล้านบาท โดยเน้นการพัฒนาและออกแบบสินค้า การส่งเสริมการสร้างตราสินค้า (brand) ส่งเสริมความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างงานทางตรงให้เอสเอ็มอีได้ไม่น้อยกว่า 5,000 ราย และสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าได้ไม่น้อยกว่า 6,000 ล้านบาท

ทั้ง 10 โครงการดังกล่าว คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อภาคเอสเอ็มอี เพราะเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายช่องทางการตลาด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก อยากให้นักธุรกิจมองเห็นว่า เรายังสามารถค้าขายกับเพื่อนบ้านได้ แม้ตลาดอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่นจะหดตัวลง แต่ยังมีตลาดเอเชียที่มีความน่าสนใจอยู่ ในส่วนของภาครัฐอยากให้มองเรื่องการสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของเอสเอ็มอีให้มากขึ้น เพราะจะทำให้เอสเอ็มอีแข็งแรงขึ้น สามารถเผชิญกับวิกฤติต่างๆ ได้ โดยทางกรม ก็ทำอยู่แล้วส่วนหนึ่ง แต่ทำได้เพียงปีละประมาณ 500 รายเท่านั้น ขณะที่เอสเอ็มอีทั้งประเทศมีอยู่กว่า 2 ล้านราย"

สำหรับแผนระยะสั้นในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีนั้น กสอ. มีโครงการที่สำคัญคือ "โครงการต้นทุนที่ลดได้คือกำไรที่เพิ่มขึ้น" โดยจะใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งเป็นงบประมาณกลางปี 2552 จำนวน 130 ล้านบาท โดยเม็ดเงินก้อนนี้ได้รับการจัดสรรมาแล้วเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา วัตถุประสงค์โครงการจะเน้นการลดต้นทุนทั้งในและนอกโรงงาน ช่วยให้สามารถรักษาการจ้างงานไว้ได้

โดยการลดต้นทุนนั้นจะพิจารณาใน 3 ส่วนหลัก คือ 1.การจัดการโครงสร้างต้นทุนในโรงงาน (Lean Manufacturing) แจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในกระบวนการทำงานว่ามีอะไรบ้าง 2.การประหยัดพลังงาน อาทิ การลงทุนใช้เครื่องจักรใหม่เพื่อลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว 3.ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ให้เหมาะสม

ทั้งนี้ แผนการดำเนินโครงการ ดังกล่าวใช้ระยะเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน-ธันวาคม 2552 แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.จัดสัมมนากระตุ้นให้เอสเอ็มอีเห็นความสำคัญของการลดต้นทุนและนำกลับไปพัฒนาตนเอง มีเป้าหมายที่จะจัดสัมมนาปูพรมทั่วประเทศ รวมจำนวนผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งสิ้น 10,000 ราย 2.การวินิจฉัยโรงงานว่ามีต้นทุนด้านใดบ้าง ซึ่งเป็นการให้บริการแก่เอสเอ็มอีที่มีความสนใจจะลดต้นทุนอย่างจริงจัง มีเป้าหมาย 2,500 โรงงาน และ 3.การให้คำปรึกษาแบบลงลึกแก่โรงงาน โดยจะส่งที่ปรึกษาเข้าไปช่วยวิเคราะห์และให้คำปรึกษาในโรงงานเป็นเวลาประมาณ 10 วัน มีเป้าหมาย 500 โรงงาน โดยในส่วนของการจัดสัมมนานั้น กสอ. ได้ดำเนินการไปก่อนที่งบประมาณโครงการจะมาถึงมือไปแล้วประมาณ 2,000 ราย

ส่วนภาพรวมสถานการณ์ของเอสเอ็มอีไทยนั้น แม้ว่าจะมีการเลิกจ้างไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังมีบางอุตสาหกรรมที่ยังต้องการแรงงาน เช่น กลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูป ที่ยังต้องการแรงงานอีกประมาณ 15,000 คน กลุ่มรองเท้า 3,000 คน กลุ่มแม่พิมพ์ 3,000-4,000 คน และกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์อีกกว่า 10,000 คน

 

Read 1012 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35