Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 12:47

ก.แรงงาน เคาะลดเงินสมทบพรุ่งนี้ 2-2.5 % คาดดีเดย์ มิ.ย.นี้ คาดช่วยไม่ให้คนงานถูกเลิกจ้าง 5 แสนคน

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:กรุงเทพธุรกิจ

 

นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ด สปส.) เปิดเผยว่า การประชุม บอร์ด สปส.ในวันพรุ่งนี้ (28 เม.ย.) นี้จะมีวาระพิจรณาลดเงินสมทบให้กับลูกจ้าง นายจ้างในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำในขณะนี้ครั้งสุดท้าย หลังมีการนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมมาแล้วถึง 2 ครั้ง ซึ่งบอร์ด สปส.ทุกฝ่ายเห็นชอบในหลักการร่วมกันแล้ว แต่ยังต้องหารือข้อสรุปจำนวนตัวเลขที่จะดำเนินการลดกันอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าจะได้ข้อสรุปลดลงเหลือฝ่ายละ 2% จากเดิมที่จ่ายอยู่ 5% สำหรับในส่วนรัฐบาลจะยังสมทบที่ 2.75%

“มาตรการนี้เราต้องการที่จะช่วยคนไม่ให้ตกงานเพิ่มประมารณ 4 - 5 แสนคน แต่หากไม่ลดหรือไม่ทำอะไรเลยกองทุนประกันสังคมจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับคนตกงานไม่ตำกว่า 1 ล้านคน ประมาณ 30,000 ล้านบาท จริงอยู่การลดเงินสมทบครั้งนี้ สปส.ต้องเสียเงินกองทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากันเมื่อเทียบกันเงินที่เสียไป ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่กระทบต่อกองทุนบำนาญชราภาพกระทบเนื่องจากเป็นเงินกำไรของกองทุนประกันสังคมเท่านั้น” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถสรุปได้ในวันพรุ่งนี้(28 เม.ย.)หลังจากนั้นจะนำเสนอให้นาย ไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน พิจารณาพร้อมนำสู่ขั้นตอนการร่างกฎกระทรวงหลังจากนั้นจะเสนิให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบประกาศใช้ต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน หรือ จะเริ่มประกาศใช้ได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งการลดเงินสมทบครั้งนี้จะดำเนินการภายในระยะเวลา 6 เดือนคือตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ธ.ค.52 หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร      

นายสมชาย ยังกล่าวงถึงมาตรการในการช่วยเหลือลูกจ้าง นาจ้างในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ว่า กระทรวงแรงงานเตรียมเสนอของบประมาณจำนวน 280 ล้านบาทจากคณะกรรมการการบริหารโครงการต้นกล้าอาชีพ เพื่อดำเนินการฝึกทักษะฝีมือให้กับคนงาน 47,024 คนที่กำลังทำงานในโรงงาน 105 สถานประกอบการที่กำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจภาคการท่องเที่ยว ส่งออก และบริการต่อเนื่องธุรกิจส่งออก

ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือโรงงานไม่ให้ปิดกิจการและประคับประคองไม่ให้มีการเลิกจ้างคนงาน อย่างไรก็ตามโครงการนี้เป็นโครงการเริ่มแรกและหากดำเนินการได้ผลจะมีการพิจารณาเสนองบประมาณเพื่อดำเนินการโครงการดังกล่าวในระยะ 2 และ 3 ต่อไป

“ยืนยันว่าเราไม่ได้มั่วข้อมูลเป็นเหตุทำให้โครงการชะลอการเลิกจ้างล่าช้าและไม่ได้ขัดแย้งกับใคร แต่ ข้อมูลโรงงานที่เราส่งไปส่วนมากไม่เข้าข่ายพิจารณาของคณะกรรมการ ที่เน้นโรงงานส่งออก บริการ เป็นต้น หรือบางรายส่งหลักฐานมาไม่ครบ เช่น บิลค่าน้ำ ค่าไฟ ใบเสียภาษี เป็นต้น ทำให้โครงการไม่ได้รับการพิจารณา แต่ครั้งนี้เราได้รวบรวมข้อมูลครบ มั่นใจว่าจะได้รับการพิจารณาอย่างแน่นอน” นายสมชาย กล่าว

Read 1072 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35