Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 12:55

สสว.ชี้ช่องเอสเอ็มอีชักธงรบตลาดอาเซียน

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:กรุงเทพธุรกิจ

สสว.เตรียมดันแผนส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยบุกตลาดอาเซียน หลังประเมินสถานการณ์เอสเอ็มอียังน่าห่วงมูลค่าเพียง 3.4 ล้านล้านบาท

 

นายภักดิ์ ทองส้ม รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.เตรียมผลักดันโครงการเพื่อขยายโอกาสผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดยมองว่าอาเซียนเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านความต้องการของผู้บริโภค และความพร้อมของทรัพยากร รวมถึงความร่วมมือที่จะก่อให้เกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในอนาคต เพื่อผลักดันการค้าเสรีในระดับภูมิภาค ที่จะสร้างโอกาสอีกมหาศาลให้กับผู้ประกอบการไทย ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีมูลค่าส่งออกไปอาเซียนกว่า 4 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25 ของการส่งออก และยังเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี

“โครงการนี้จะอยู่ภายใต้งบประมาณ 280 ล้านบาท โดยเราได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการส่งเสริมเอสเอ็มอีของ สสว.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเร่งดำเนินการในปี 2552 นี้ เพื่อส่งเสริมให้ SMEs ไทย มีโอกาสเติบโตและเจาะตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะเป็นโครงการสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาภาวะวิกฤติ ขณะเดียวกันก็ช่วยขยายโอกาสทางการตลาดให้กับเอสเอ็มอีได้อีกทางหนึ่ง" 

ด้านดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการโครงการศึกษาวิเคราะห์ และเตือนภัย SMEs รายสาขา สสว.เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเอสเอ็มอี ในปีนี้ยังคงน่าเป็นห่วง โดยจากการสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการยังมีความกังวลและเผชิญกับความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ หลายด้าน โดยปัจจัยที่มีความกังวลสูงสุดยังเป็นปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการลงทุน ความเชื่อมั่นและความสามารถในการส่งออก รองลงมาคือความกังวลต่อสถานการณ์การเมือง  และความกังวลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค  ที่หันมาลดการใช้จ่ายและเก็บออมมากขึ้น

จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้คาดว่า ตัวเลข GDP ของเอสเอ็มอีในสิ้นปี 2552 จะปรับตัวลดลงร้อยละ 2 หรือมีมูลค่าเพียง 3.4 ล้านล้านบาท จำนวนเอสเอ็มอีน่าจะอยู่ในภาวะทรงตัวหรือปรับตัวลดลงร้อยละ 0.06 แรงงานภาคเอสเอ็มอีปรับตัวลดลงร้อยละ 2.74 หรือ มีจำนวนเพียง 8.91 ล้านราย  และมีอัตราถูกเลิกจ้างราว 2-3 แสนราย

ในส่วนของตัวเลขการส่งออกเอสเอ็มอี คาดว่าน่าจะมีมูลค่าเพียง 1.58 ล้านล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.41 รายได้สุทธิลดลงร้อยละ 2.33  คิดเป็น 5.78 ล้านล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ ปรับตัวลดลงร้อยละ 8.51  มาเป็นประมาณ 2.3 แสนล้านบาท ซึ่งจากการปรับตัวลดลงของรายได้และกำไรสุทธิ รวมถึงผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ เชื่อว่าจะส่งผลต่อตัวเลขผลตอบแทนจากการดำเนินงาน ผลิตภาพแรงงาน และความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย ที่น่าจะมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะต่ำที่สุดในรอบ  5  ปี 

"แนวโน้มเอสเอ็มอีในปีนี้ คาดว่าจะทรุดต่ำที่สุดในช่วงไตรมาส 2 และ3 ก่อนจะปรับตัวขึ้นบ้างในไตรมาส 4 แต่จะเป็นแค่ประคองตัวเท่านั้น จะฟื้นตัวได้จริงน่าจะประมาณไตรมาส 2 ของปีหน้า โดยสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นและการจ้างงานต่างๆ จะกลับมา"

สำหรับการปรับตัวของผู้ประกอบการเวลานี้ ดร.ณัฐพล แนะว่า ต้องกลับไปพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้มีมาตรฐาน เตรียมรับการแข่งขันในอนาคต รวมถึงการจัดการกับปัญหาภายในองค์กร ทั้งเรื่องบุคลากร เทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดอาเซียน

"ตอนนี้ทิศทางของเศรษฐกิจโลกจะกลับมาเติบโตในฝั่งเอเชีย หลายประเทศกำลังหันมามองตลาดจีนและอาเซียน ซึ่งถ้าเราสามารถเข้าไปบุกเบิกได้ก่อน เราก็จะกลายเป็นผู้นำ ซึ่งยังมีหลายสาขาที่เรามีความสามารถทางการแข่งขัน อย่าง แฟชั่น ธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว เป็นต้น เพียงแต่ผู้ประกอบการต้องปรับตัว และพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องไปกับความต้องการของตลาดอาเซียน"

Read 1026 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35