Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Wednesday, 13 January 2010 13:14

'รพ.ยันฮี′สบช่องศก.ตกต่ำ แตกธุรกิจใหม่ ธุรกิจใหม่ "To Go"รับส่งเอกสาร รองรับรับบริษัทเลย์ออฟพนักงาน

Written by 
Rate this item
(0 votes)

source:ประชาชาติธุรกิจ

ยันฮี′สบช่องศก.ตกต่ำ แตกธุรกิจใหม่ "To Go"รับส่งเอกสาร ภายใต้คอนเซ็ปต์เมสเซนเจอร์ส่วนตัว รองรับบริษัทเลย์ออฟพนักงาน ชูระบบรับประกันสินค้าสูญหาย จ่ายคุ้มเกินคุ้ม วาดแผนภายใน 1 ปีเตรียมขยายอีก 4 จุด 4 มุมเมือง
 

 

น.พ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อเร็วๆ นี้โรงพยาบาลยันฮีได้เปิดธุรกิจใหม่ คือ "To Go" ธุรกิจรับส่งเอกสาร ซึ่งถือเป็นธุรกิจนอกไลน์ธุรกิจโรงพยาบาล ทั้งนี้เนื่องจากมองเห็นถึงโอกาสและความจำเป็นของการสื่อสารระหว่างกันโดยใช้เมสเซนเจอร์ โดยขณะนี้ได้เปิดให้บริการแล้วโดยมีสำนักงานอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลยันฮี หลังจากเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ได้รับผลตอบรับดีมาก มียอดการใช้บริการเพิ่มขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์

"จากเดิมที่เริ่มเปิดให้บริการ มีพนักงานรับส่งเอกสาร 10 คน ปัจจุบันกำลังรับสมัครเพิ่มอีก 10 คนเป็น 20 คน เพื่อรองรับการให้บริการที่ขยายเพิ่มขึ้น" น.พ.สุพจน์กล่าวและว่า

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขยายสาขาอีก 4 จุดใน 4 มุมเมือง ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อรองรับการให้บริการที่คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้น เพราะมองว่าเป็นรูปแบบการให้บริการที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำ ที่บรรดาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็ก ขนาดกลาง ที่มักใช้วิธีการปลดพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยที่พนักงานอันดับแรกๆ ที่จะโดนปลดก่อนนั้นจะเป็นพนักงานรับส่งเอกสาร ขณะที่ความจำเป็นของการรับส่งเอกสารยังมีอยู่ ทำให้กลายเป็นโอกาสของ To Go

และเพื่อให้ธุรกิจบริการของ To Go ได้รับความน่าเชื่อถือ บริษัทได้นำระบบรับประกันการสูญหายมาใช้ด้วย กรณีถ้าเอกสารสูญหายบริษัทจ่ายทันที 10,000 บาท แต่กรณีถ้าเป็นสิ่งของสูญหายบริษัทจะจ่ายให้ทันที 20,000 บาท พร้อมการบริการที่การันตีเรื่องเวลารับส่งเอกสารได้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงกับอัตราค่าบริการ 200 บาท

น.พ.สุพจน์กล่าวถึงที่มาของธุรกิจว่า ก่อนที่จะเปิดตัว To Go อย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้บริษัทได้มีหน่วยงานรับส่งเอกสารเพื่อให้บริการภายในองค์กรของโรงพยาบาลอยู่แล้ว โดยการเซตเป็นหน่วยบริการเล็กๆ โดยที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานของโรงพยาบาล ไม่ว่าเป็นหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่คนไข้ที่เรียกใช้บริการเมสเซนเจอร์อยู่แล้ว

"ทุกๆ คนมีความจำเป็นต้องติดต่อสื่อสาร ยกตัวอย่างหมอบางท่านลูกลืมหนังสือไว้ในรถ ส่งลูกเสร็จก็มาทำงานที่โรงพยาบาล ลูกโทร.มาหาบอกว่าจำเป็นต้องใช้หนังสือด่วน แทนที่ตัวเองจะต้องวิ่งไปให้เอง ซึ่งต้องเสียทั้งเวลา เสียค่าน้ำมันรถก็ใช้บริการเมสเซนเจอร์แทน กรณีของพยาบาลมีธุรกิจต้องไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์ ต้องการอัพเดตสมุดบัญชีแบงก์ ฯลฯ สามารถใช้บริการได้หมด ซึ่งเราเปิดให้บริการลักษณะนี้เป็นการภายในมา 3 ปีแล้ว" น.พ.สุพจน์กล่าวและว่า

จากประสบการณ์ที่ได้ทำมาตลอด บวกกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ที่เรามักได้รับทราบข่าวสารว่ามีบริษัทจำนวนมากที่ต้องเลิกจ้างพนักงานบางส่วน เพราะต้องการลดต้นทุนและพนักงานรับส่งเอกสาร มักเป็นบุคลากรกลุ่มแรกๆ ที่โดนปลดก่อน เพราะจ้างไปก็ไม่คุ้ม งานวางบิลลดลง เหลือเดือนหนึ่ง 4-5 ครั้ง แต่ต้องจ้างพนักงานต่อเดือน เฉพาะเงินเดือนอย่างต่ำก็ 6,000-8,000 บาท นอกจากนี้ต้องมีค่าน้ำมัน ค่าใช้จ่ายสวัสดิการต่างๆ เฉลี่ย 15,000-20,000 บาท/เดือน แต่ถ้าใช้บริการ To Go จ่ายเพียง 200 บาท/ครั้ง ถ้า 5 ครั้งต่อเดือนก็ 1,000 บาท

เพราะฉะนั้นด้วยโมเดลธุรกิจทูโกที่พัฒนาขึ้นมาใหม่นั้น จึงมองว่าเป็นโอกาสทั้งกับบริษัทเล็กๆ ที่จะช่วยในเรื่องต้นทุน รวมถึงโอกาสของบริษัทเองในการที่จะได้มีการสร้างงาน และสร้างรูปแบบการให้บริการรับส่งเอกสารในมิติใหม่ที่ win-win ด้วยกันทุกฝ่าย เฉพาะอย่างยิ่งกับตัวพนักงานรับส่งเอกสารนั้น จากเดิมที่ตกงานจากที่อื่น ก็สามารถมาสมัครที่ทูโกได้ แต่ทั้งนี้ต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานของทูโก ส่วนรายได้นั้นค่อนข้างสูงเฉลี่ย 20,000 ต่อเดือน เพราะนอกจากเงินเดือนและสวัสดิการที่ได้รับแล้ว ยังได้ส่วนแบ่งจากค่าบริการ 60% ต่อครั้งด้วย

"นอกจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นองค์กร ห้างร้านทั่วไปที่น่าจะเป็นลูกค้าของทูโก ซึ่งเรามีแพ็กเกจการบริการ ทั้งแบบรายเที่ยว รายอาทิตย์ รายเดือนแล้ว กลุ่มลูกค้าทั่วไปก็เชื่อว่าจะเป็นโอกาสทางการตลาดที่ใหญ่พอสมควร ยกตัวอย่างตั้งแต่ที่เปิดมา มีลูกค้าโทร.มาจากเชียงใหม่ ต้องการให้เราส่งดอกไม้แสดงความยินดีให้กับญาติ เขาบอกงบประมาณของดอกไม้ บอกชื่อที่อยู่ของญาติ จากนั้นก็โอนเงินมาให้เรา เราก็ไปจัดการให้เขา ซื้อทั้งช่อดอกไม้และส่งให้ถึงผู้รับถึงมือ จากนั้นก็โทร.ยืนยันว่าได้ทำงานเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งงานลักษณะนี้ผมเชื่อว่ามีเยอะและบริการได้หมด ภายใต้ศักยภาพของรถมอเตอร์ไซค์ที่สามารถให้บริการได้ ดังนั้นโอกาสจึงไม่ได้อยู่แค่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่มองว่าเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ธุรกิจบริการในรูปแบบของ To Go มีโอกาสที่จะเติบโตได้ต่อเนื่อง" น.พ.สุพจน์กล่าว

Read 1403 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35