Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62
Thursday, 14 January 2010 15:13

จี้รัฐเร่งแก้ 12 ปมช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย

Written by 
Rate this item
(0 votes)

<!--{12634590824482}-->

ที่มา:หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

<!--{12634590824486}--> ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคปี 2553 คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.2 หลังจากที่ปี 2552 ติดลบร้อยละ 2.7 แต่ เศรษฐกิจของไทยอาจไม่เป็นไปตามทิศทางที่เป็นบวกมากนัก เพราะความเปราะบางยังติดอยู่ใน กับดักของปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศที่มีสัญญาณว่าอาจจะมีความ รุนแรงขยายวงไปมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งระดับนักการเมืองและภาคประชาชน เป็นปัจจัยภายในที่ซับซ้อนอย่างยิ่งที่จะแก้ไขด้วยระบบกฎหมาย และหรือแนวทางการเมืองการปกครองในรูปแบบปกติ อีกทั้งความไม่ชัดเจนของกฎหมาย ด้านการลงทุนกรณีมาบตาพุดจะเป็นตัวกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน อาจทำให้นักลงทุนมีการชะลอตัวเพื่อดูสถานการณ์ ปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในปี 2553 ยังขึ้นอยู่ กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน เพราะหากทางภาครัฐของแต่ละประเทศชะลอหรือยกเลิกการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

1.เร่งการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดที่บั่นทอนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รัฐบาลอาจจะมีการตั้ง "สมัชชาแก้ปัญหาความ ขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ" เพื่อหาทางออกของประเทศร่วมกัน 2.การกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศด้วยการปฏิรูปการเบิกจ่ายงบประมาณและเม็ดเงินการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยเข้มแข็งให้ได้ร้อยละ 80 รัฐบาลจะต้องเร่งให้มีการผ่าน พ.ร.บ.เงินกู้ และหาแหล่งเงินกู้ประมาณ 400,000 ล้านบาท และอัดฉีดเม็ดเงินจริงลงไปในภาคเศรษฐกิจอย่างน้อย 80% ทั้งด้านการก่อสร้าง ด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้เม็ดเงินลงไปกระตุ้นให้เกิดการบริโภค ให้มีการขยายตัว 2.5-3.0

3.มาตรการผลักดันการส่งออกให้สามารถขยายตัวได้ที่ร้อยละ 14-16 เช่น การแข็งค่าของเงินบาท, ปัญหาการแข่งขันเชิงราคา, มาตรการ AD และ NTB ใน รูปแบบต่าง ๆ ปัญหาผู้สั่งซื้อไม่สามารถเปิด L/C, ปัญหาการขาดเงินทุนหมุนเวียนของ SMEs, ค่า ระวางเรือมีการปรับราคา สูงขึ้น รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบนำเข้าเริ่มมีการขยายตัว กระทรวงพาณิชย์ต้องมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 4.มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว 5.มาตรการด้านการส่งเสริมรายได้ภาคเกษตร 6.การแก้ปัญหาสภาพคล่องให้กับ SMEs 7.มาตรการในการตรึงอัตราดอกเบี้ยและควบคุมเงินเฟ้อ 8.แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 11 (ปี 2555-2559) จะ ต้องวาง เป้าหมายการขาดดุลงบประมาณให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลในอนาคตใช้นโยบายประชานิยมจนเกินขอบเขตที่ระบบ เศรษฐกิจจะรับได้ 9.การแก้ปัญหาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

10.การเร่งรัดปฏิรูประบบโลจิสติกส์และการส่งเสริมพลังงานทดแทน ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น บางช่วงอาจเกิน 90 เหรียญต่อบาร์เรล รัฐบาลจะต้องเร่งผลักดันยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ของ กบส. เพื่อการลดต้นทุนโลจิสติกส์ในการรับมือการเปิดเสรีอาเซียน-จีน และการเป็น HUB ของภูมิภาค โดยเฉพาะการปฏิรูประบบรถไฟ การพัฒนารางคู่ 5 เส้น ทาง การส่งเสริมการขนส่งทางน้ำ และการใช้ สนามบินดอนเมืองให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคและล้าสมัย นอกจากนี้รัฐบาลจะต้องเร่งการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ควรจะต้องจัดตั้งให้มีหน่วยงานระดับกรมมาดูแลพลังงานทดแทนอย่างเป็นระบบ 11.การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นและยาเสพติด และ 12.การปฏิรูประบบโครงสร้าง SMEs ไทย ปัจจุบันสถานะ SMEs ไม่ชัดเจน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและการปล่อยสินเชื่อของ


 

Read 1293 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35