Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 3
Tuesday, 21 December 2010 16:13

พิษรถไฟฟ้า-ชิง4แสนคนงาน ซิโน-ไทยรับ20,000/วิกฤตแรงงานปะทุ

Written by 
Rate this item
(0 votes)

ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ

วิกฤตแรงงานขาดแคลนส่งผลกระทบหนักทุกภาคส่วน อุตสาหกรรมก่อสร้างปีหน้าต้องการ 400,000 คน รองรับโครงการรถไฟฟ้า เฉพาะ "ซิโน-ไทยฯ" บริษัทเดียวรับ 20,000 คน รับสร้างบ้านก็ไม่น้อยหน้า ขาดโฟร์แมนคุมงาน ลามไปถึงโรงงานการ์เมนต์-ประกอบรถยนต์-จิวเวลรี่ หลังพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ คนงานกลับเข้าโรงงานไม่ถึงครึ่ง ภาคการเกษตรแจ็กพอตด้วย เกิดปรากฏการณ์แย่งแรงงาน กรีดยาง เรือประมงขาดหนัก หันพึ่งแรงงานต่างด้าว

นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สายงานแรงงาน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานไร้ฝีมืออย่างหนัก คิดเป็นจำนวนหลายแสนคน รวมถึงแรงงานสายอาชีพอีกหลายหมื่นคน สาเหตุหลักของการขาดแคลนแรงงานมาจากภาคธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างมาก มีความต้องการใช้แรงงานอย่างสูง ขณะที่จำนวนแรงงานภาคอุตสาหกรรมลดน้อยลง จากการศึกษาของประชากรที่ดีขึ้น ประกอบกับสินค้าเกษตรในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ราคาอยู่ในเกณฑ์สูง ทำให้แรงงานภาคอุตสาหกรรมย้ายกลับไปสู่ภาคเกษตรกันมากขึ้น

"เรื่องที่เป็นปัญหาขณะนี้ก็คือ แรงงานไร้ฝีมือกับแรงงานที่ใช้ทักษะ (กลุ่มอาชีวะ) จะขาดแคลนมาก ในทางกลับกันแรงงานที่มีการศึกษาสูงระดับปริญญาตรีขึ้นไปกลับว่างงาน ผมคิดว่าอนาคตประเทศไทยจะประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานจะรุนแรงหนักขึ้น เพราะประชากรเริ่มมีบุตรกันน้อยลง การศึกษาดีขึ้น รัฐบาลจะต้องเล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้ด้วย" นายทวีกิจกล่าว

แรงงานก่อสร้างขาด 400,000 คน

นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ภาคก่อสร้างกำลังประสบปัญหาแรงงานก่อสร้างขาดแคลนไม่ต่ำกว่า 300,000-400,000 คน จากทั้งระบบในตลาดมีอยู่ 3-4 ล้านคน และมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยสาเหตุหลักมาจากถูกแย่งตัวไปทำงานในไซต์ก่อสร้างโครงการจัดสรรที่มีค่าล่วงเวลา (OT) และการเปลี่ยนไปทำอาชีพที่มีรายได้แน่นอนและสูงกว่า เช่น พนักงานโรงงาน, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, นวดแผนโบราณ, ขับวินมอเตอร์ไซค์, แท็กซี่ เป็นต้น

ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์เปิดศึกแย่งชิงแรงงานก่อสร้างกันขึ้น "ตอนนี้มีหลายบริษัทแข่งกันให้ข้อเสนอค่าจ้างโดยเฉพาะ ค่าโอที เช่น ทำงาน 4 ชั่วโมงบวกเพิ่มอีก 1 แรง หรือให้ค่าหัวคิวคนที่ดึงแรงงานมาทำงานด้วยกันได้ โดยอาจจะดึงมาจากคนบ้านเดียวกันหรือจังหวัดเดียวกัน"

สำหรับค่าจ้างขึ้นกับประสบการณ์แต่ละคน เช่น ช่างปูน 220-350 บาท/หัว/วัน ช่างไม้ 220-350 บาท/หัว/วัน ช่างเชื่อม 220-400 บาท/หัว/วัน ช่างไฟ 250-400 บาท/หัว/วัน ช่างประปา 220-300 บาท/หัว/วัน

ด้าน บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ซึ่งกำลังจะมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าอย่างน้อย 4 สาย ที่ประมูลเสร็จสิ้นในปีนี้และจะก่อสร้างในปี 2554 พร้อมกัน ได้แก่ สายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่)-สายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค)-สายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต)-สายสีเขียวส่วนต่อขยายบีทีเอส (ตากสิน-บางหว้า) ประเมินว่า จะมีความต้องการใช้แรงงานเพิ่มขึ้นทันทีอีก 60,000-70,000 คน ในจำนวนนี้เป็นส่วนของซิโน-ไทยฯ เอง 20,000 คน

"ซิโน-ไทยฯตอนนี้มีแรงงาน 10,000 กว่าคน สตาฟอีก 1,000 กว่าคน กำลังเตรียมแผนรองรับงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสีน้ำเงินที่จะเซ็นสัญญา และสีแดง หากประมูลได้ ต้องรับคนเพิ่มทั้งวิศวกร ช่างเทคนิค และจะขอโควตาแรงงานต่างด้าวจากกระทรวงแรงงานเพิ่มอีก 1,000-2,000 คน จากเดิมมีแรงงานเขมรอยู่แล้ว 1,000 คน"

"จัดสรร" หันพึ่งแรงงานต่างด้าว

ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า แรงงานในภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง เพราะแรงงานที่เป็นคนไทยในประเทศไม่สนใจที่จะทำงานในภาค ก่อสร้างเหมือนในอดีต ทำให้ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างต้องหาทางออกโดยหันไปจ้างแรงงานต่างด้าวจาก สปป.ลาว เขมร และพม่าแทน ซึ่งมีทั้งแบบถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ซึ่งพยายาม หาทางออกด้วยการนำระบบพรีแฟบ (ก่อสร้างสำเร็จรูป) มาใช้มากขึ้น

"แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างส่วนใหญ่ไม่ใช่แรงงานฝีมือ แต่มีข้อดีคือเป็นแรงงานที่เรียนรู้ได้เร็วเพื่อทำให้ได้ค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้น"

นายธำรงค์ ปัญญา นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวเพิ่มเติมเรื่องเดียวกันนี้ว่า ปัญหาขาดแคลนแรงงานอยากให้รัฐบาลเปิดช่องให้ผู้ประกอบการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยได้ โดยมีขบวนการและขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก

รับสร้างบ้านเพิ่มค่าจ้าง 5% จูงใจ

นายบุญลือ วงศ์พรเพ็ญภาพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมสแตนดาร์ด ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาธุรกิจรับสร้างบ้านประสบปัญหาแรงงานขาดแคลนมาตลอด โดยเฉพาะตำแหน่งช่างก่อสร้าง-โฟร์แมนคุมงาน ทั้งที่มีค่าแรงสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ (215 บาท) เช่น ช่างสี-ช่างฉาบปูนระดับ C หรือฝีมือพอใช้ มีค่าแรงวันละประมาณ 300 บาท ระดับ B หรือฝีมือปานกลาง ค่าแรง 330-350 บาท และระดับ A หรือฝีมือดี จะได้ค่าแรงถึง 350-400 บาท

รวมทั้งมีความเป็นไปได้ว่าในปีหน้า หากโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่เริ่มก่อสร้าง ปัญหาแรงงานขาดแคลนมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรง บริษัทจึงได้นำเรื่องนี้เป็น วาระเร่งด่วนเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ด เพื่อวางแผนบริหารจัดการในการรับงานก่อสร้างบ้านในปีหน้า

สำหรับสาเหตุที่แรงงานในอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านขาดแคลนก็คือ 1)ช่างก่อสร้าง ถูกมองว่าเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงน้อยและสวัสดิการไม่ดีนัก ทำให้แรงงานภาคก่อสร้างไหลไปสู่ภาคโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากมีการจ่ายค่าโอทีกรณีทำงานล่วงเวลา ประกอบกับปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมและธุรกิจ SMEs กระจายตัวไปตาม ต่างจังหวัดมากขึ้น ทำให้แรงงานเหล่านี้ เลือกจะทำงานตามโรงงานในบ้านเกิด กับ 2)โฟร์แมนควบคุมงาน เป็นอาชีพที่ถูกมองว่ามีโอกาสก้าวหน้าน้อย ทำให้แรงงานกลุ่มนี้เลือกที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี เพื่อยกระดับตัวเองไปทำงานในตำแหน่งวิศวกร

นายวิบูล จันทรดิลกรัตน์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท สหสุธา จำกัด และนายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า การจ้างแรงงานในภาคธุรกิจรับสร้างบ้านแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ 1)จ้างประจำ กับ 2)จ้างผ่านผู้รับเหมา จากการประเมินความต้องการแรงงานในปีหน้าของกลุ่มสมาชิกสมาคม 44 บริษัท คาดว่าต้องการแรงงานไม่ต่ำกว่า 1,300 คน ทำให้เกิดภาวะแข่งขันในตลาดแรงงาน จึงเป็นไปได้ว่านอกจากการปรับขึ้นค่าแรงให้กับลูกจ้างเดิม สำหรับแรงงานใหม่ก็น่าจะมีการปรับฐานค่าจ้างเริ่มต้นเพิ่มอีกประมาณ 5% เพื่อจูงใจ

การ์เมนต์-อาหารหายไปเกือบแสน

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะเลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มขาดแคลนแรงงานอยู่ประมาณ 30,000 คน เนื่องจากแรงงานโยกย้ายกลับไปสู่ภาคการเกษตรกันมากขึ้น บางส่วนก็จ้างแรงงานต่างด้าวมาทดแทน อีกส่วนหนึ่งก็ลดกำลังการผลิตลงเพราะค่าเงินบาทแข็งไม่สามารถทำราคาส่งออกได้เต็มที่

"ก่อนหน้านี้ผมเคยบอกว่า แรงงานในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มจะขาดแคลนประมาณ 60,000 คนในภาวะปกติ แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปแล้วเพราะ ค่าเงินบาทแข็งขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำอีก ผู้ประกอบการคงไม่สามารถผลิตได้เต็มที่เหมือนเดิม จึงจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับออร์เดอร์ที่ทำราคาได้ เมื่อค่าแรงงานสูงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการต้องลดการจ้างงานเพื่อลดต้นทุน ดังนั้น ความต้องการแรงงานโดยรวมถึงน่าจะ ลดลง" นายวัลลภกล่าว

ขณะที่นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า ในส่วนของอุตสาหกรรมอาหารปัจจุบันขาดแคลนแรงงานประมาณ 30,000-40,000 คน เนื่องจากแรงงานมีทางเลือกมากขึ้น โยกย้ายไปในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า โดยเฉพาะประมงที่ขณะนี้ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ดูได้จากจำนวนแรงงานในอุตสาหกรรมนี้ปัจจุบันที่เป็นแรงงานต่างด้าวเกือบทั้งหมด

รถยนต์แรงงานกลับมาไม่ถึงครึ่ง

สำหรับในอุตสาหกรรมรถยนต์ ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลุกลามมาตั้งแต่สมัยที่มีการปลดแรงงานฝีมือเมื่อครั้งวิกฤตเศรษฐกิจ จนถึงวันนี้แรงงานเหล่านั้นยังกลับเข้ามาไม่ครบประกอบกับช่วงนี้อุตสาหกรรมยานยนต์มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการเกือบทุกค่ายประกาศขยายกำลังการผลิตเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะตลาดส่งออก แถมยังมีกลุ่มลูกค้ารถอีโคคาร์เกิดใหม่ ส่งผลให้แต่ละค่ายรถยนต์ต้องการแรงงานเป็นจำนวนมาก

และไม่เฉพาะผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น บรรดาซัพพลายเออร์ที่ส่งชิ้นส่วนอะไหล่ป้อนให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ก็ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ด้วย โดยล่าสุดนายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ได้ทำเรื่องเสนอผ่านกระทรวงแรงงาน ขอใช้แรงงานต่างด้าวเพื่อแก้ปัญหา

"ช่วงวิกฤตที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเรามีการเก็บตัวเลขว่า ได้ปลดแรงงานออกจากอุตสาหกรรมสูงถึง 40% แต่วันนี้เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย แรงงานกลับเข้ามาทำงานแต่เฉพาะโรงงานผลิตรถยนต์ ในขณะที่โรงงานชิ้นส่วนกลับคืนมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การเลือกใช้แรงงานต่างด้าวที่เป็น กลุ่มชาวไทยภูเขาเข้ามาแทนที่แรงงานที่หายไปนั้น คิดเป็นจำนวน 5-6% ของแรงงานในอุตสาหกรรมทั้งหมด 300,000 คน"

สวนยางกระทบ ไม่มีคนกรีด

ในภาคเกษตรกรรม ปรากฏว่าเกิดการขาดแคลนแรงงานในการกรีดยางอย่างหนัก โดยนายเพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จำกัด (ชสยท.) กล่าวว่า หลังจากราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นในระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างแรงจูงใจให้แรงงานกรีดยางที่เป็นชาวอีสานย้ายถิ่นกลับไปปลูกยางในท้องถิ่นบ้านเกิดมากขึ้น ส่งผลให้แหล่งปลูกยางในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานกรีดยางจำนวนมาก

จึงจำเป็นต้องว่าจ้างแรงงานต่างชาติจาก สปป.ลาว พม่า และเขมรเข้ามาทดแทน ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้ก็มีรายได้ต่อวันสูงไม่แพ้แรงงานไทย โดยแรงงานที่รับจ้างเก็บก้อนยางจะมีรายได้เฉลี่ยวันละ 500 บาท ส่วนแรงงานกรีดยางซึ่งแบ่งปันรายได้ร่วมกันกับเจ้าของสวนจะมีรายได้สูงประมาณ 1,000-3,000 บาท/วัน "ที่น่าหนักใจก็คือในปี 2554 แหล่งปลูกยางในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานจะเปิดกรีดยางใหม่อีกหลายแสนไร่ คาดว่าจะก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานกรีดยางอย่างรุนแรงมากขึ้น"

ขณะที่ภาคการประมงก็ขาดแคลนแรงงานเช่นกัน โดยสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยได้ให้ตัวเลขประมาณการขาดแรงงานในอุตสาหกรรมนี้มากกว่า 50,000 คน เนื่องจากคนไทยปัจจุบันไม่มีใครอยากทำงานในเรือประมงและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นแรงงานไร้ฝีมือขั้นต่ำสุด การแก้ไขปัญหาก็คือต้องนำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมนี้ถึง 90% ของจำนวนแรงงานทั้งหมด

อัญมณีขาดแรงงานมีฝีมือ

นายสัมฤทธิ์ สิริอร่ามสกุล ประธาน บริษัท ไทยจิวเวลรี่ แมนูแฟคเจอเรอ จำกัด ในฐานะเลขาธิการสมาคมผู้ผลิตอัญมณีและเครื่องประดับไทย (TGJMA) กล่าวว่า จากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้าต่างประเทศชะลอการสั่งซื้ออัญมณีและเครื่องประดับ ทำให้โรงงานเจียระไนพลอยและแปรรูปอัญมณีหลายแห่งจำเป็นต้องปลดแรงงานลงเป็นจำนวนมากเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย จนปัจจุบันแรงงานกลุ่มนี้ได้เปลี่ยนไปประกอบอาชีพอย่างอื่นแทน

และเมื่ออุตสาหกรรมการส่งออกอัญมณีเริ่มกลับมาฟื้นตัว แรงงานเจียระไนที่มีฝีมือก็ลดน้อยลงไปจนกลายเป็นวิกฤตเกิดปัญหาขาดแรงงานในอุตสาหกรรมนี้ กลายเป็นจุดอ่อนที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอัญมณีในอนาคต

สอดคล้องกับ นายวิชัย อัสรัสกร นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กล่าวตรงกันว่า ในช่วงที่ผ่านมาทางสมาคมได้ทำแบบสอบถามปัญหาขาดแคลนแรงงานของสมาชิก ได้รับคำตอบจากสมาชิกจำนวน 22 รายว่า ขณะนี้กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานช่างฝีมือในภาคการผลิตสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไม่ต่ำกว่า 1,300 ราย

Read 4228 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35