Monday, 04 February 2013 19:31

พม่า-ลาว-เขมร : โอกาสของธุรกิจไทย - เออีซีกับม.หอการค้าไทย

Written by 
Rate this item
(0 votes)

 สถิติข้อมูลการค้าของไทย กับประเทศเพื่อนบ้านในปี 55 ที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงถึง 9.1 แสนล้านบาท และในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้เกิน 1 ล้านล้านบาท สะท้อนว่าการค้าชายแดนเป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่มีโอกาสสูงมากสำหรับผู้ประกอบการไทย “ดร.ผุสดี พลสารัมย์” รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสของธุรกิจไทยในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ลาวและกัมพูชา ในรายการเศรษฐกิจติดจอ ทางเดลินิวส์ทีวี อย่างน่าสนใจ

 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนในตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา จนส่งผลกระทบให้ภาพรวมการค้า การส่งออกของประเทศไทยชะลอตัว ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการค้า-การลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนการส่งออกการลงทุนของไทย และลดแรงเสียดทานจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกได้เป็นอย่างดี
   
สถิติข้อมูลการค้าของไทย กับประเทศเพื่อนบ้านในปี 55 ที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงถึง 9.1 แสนล้านบาท และในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้เกิน 1 ล้านล้านบาท สะท้อนว่าการค้าชายแดนเป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่มีโอกาสสูงมากสำหรับผู้ประกอบการไทย “ดร.ผุสดี พลสารัมย์” รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสของธุรกิจไทยในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ลาวและกัมพูชา ในรายการเศรษฐกิจติดจอ ทางเดลินิวส์ทีวี อย่างน่าสนใจ
   
ดร.ผุสดี บอกว่า ผู้ประกอบการไทยยังให้ความสำคัญต่อตลาดประเทศเพื่อนบ้านอยู่ เพราะถึงขณะนี้ยังมีช่องทางทำธุรกิจได้อีกมาก โดยธุรกิจที่โดดเด่นในแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกัน อย่างประเทศพม่า มีโอกาสในด้านการก่อสร้าง การท่องเที่ยว เพราะพม่ายังต้องลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคอยู่สูง ขณะเดียวกันปีที่ผ่านมาหลังจากเปิดประเทศ การท่องเที่ยวในพม่าก็เติบโตมาก มีชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปเกิน 1 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นคนไทยไปเที่ยวถึง 9 แสนคน
   
ขณะที่ สปป.ลาว มีโอกาสในช่องทางการค้าชายแดน เพราะมีพรมแดนติดกับไทยหลายจังหวัด และยังมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว เชื่อมต่อช่วยอำนวยระบบขนส่งสินค้าได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่การเพาะปลูกกว้างขวางทำให้เหมาะแก่การเข้าไปลงทุนทำการเกษตร
   
ส่วนกัมพูชา มีจุดแข็งคือมีความเป็นประชาธิปไตยและมีเสถียรภาพทางการเมืองสูง รวมถึงมีความพร้อมต่อการต้อนรับการลงทุน และมีความพร้อมทางภาคแรงงาน ขณะที่การนำสินค้าส่งไปขายทั้งอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า ก็มีโอกาสมาก เพราะชาวกัมพูชาชื่นชอบสินค้าจากประเทศไทย
   
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทย ยังข้ามน้ำข้ามแดนไปลงทุนค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านไม่สูงนัก เพราะแม้สัดส่วนการลงทุนของไทยในประเทศเพื่อนบ้านจะติดอันดับต้น ๆ อย่างในลาวไทยสูงเป็นอันดับ 3-4 กัมพูชาไทยอยู่อันดับ 6 และพม่าไทยอยู่อันดับ 3 แต่พบว่าการลงทุนทำธุรกิจส่วนใหญ่ ยังกระจุกตัวอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น
   
แต่ในส่วนของธุรกิจเอสเอ็มอี ยังเข้าไปลงทุนทำมาค้าขายน้อย เพราะยังมีความกลัว และยังยึดติดกับแนวคิดการทำธุรกิจแบบเก่า ๆ จนทำให้เกิดทัศนคติเชิงลบต่อการขยายการลงทุน ทั้งที่ความจริงแล้วการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ที่สำคัญขณะนี้ก็มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ให้การสนับสนุนการค้าการลงทุน และข้อมูลต่าง ๆ อย่างเต็มที่
   
ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นได้จากเสาะหาข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประเทศเป้าหมายที่ต้องการเดินทางไปลงทุน เช่น กฎระเบียบการค้า สภาพตลาด คู่แข่งของสินค้า ระบบการเงิน และความต้องการสินค้าจากเพื่อนบ้าน
   
ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้สามารถค้นคว้าได้ง่ายผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐไม่ว่าจะเป็น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กรมการค้าต่างประเทศ หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หรือหากไม่ถนัดค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ก็สามารถติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์ หรือเดินทางไปขอข้อมูลเองได้
   
ขั้นตอนต่อมาถือเป็นเรื่องจำเป็นก็คือการเข้าไปศึกษาตลาด และการสร้างเครือข่ายการค้าหรือคอนเน็คชั่น โดยวิธีง่าย ๆ คือการติดต่อผ่านสถานทูต หรือทูตพาณิชย์ประจำประเทศนั้น ๆ เช่น การเดินทางร่วมกับทริปธุรกิจที่ภาครัฐได้จัดไป จะกลายเป็นเส้นทางลัดที่ช่วยให้เข้าไปทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้น ดีกว่าผ่านนายหน้าธุรกิจที่อาจมีการหลอกลวงได้
   
ส่วนเรื่องตัวผลิตภัณฑ์สินค้าของไทย ก็ไม่ต้องปรับปรุงมาก เนื่องจากสินค้าแบรนด์คนไทย หรือเมด อิน ไทยแลนด์ เป็นยี่ห้อที่ติดตลาดและได้รับความนิยมสูงอยู่แล้ว ผู้ประกอบการไทยจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแพ็กเกจฉลากใหม่ รวมถึงไม่ต้องลดราคาแข่งขันกับสินค้าตลาดล่าง ๆ อย่างจีนและเวียดนาม แต่อย่างใด
   
แต่การลงทุนทำธุรกิจการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มีเส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบทีเดียวทั้งหมด จำเป็นต้องอาศัยการติดตาม และความต่อเนื่องในการทำธุรกิจสูง ซึ่งหากมีปัญหา อุปสรรคก็อย่าเพิ่งถอดใจง่าย ๆ เพราะหากผู้ประกอบการอดทน และใช้ความจริงใจในการทำธุรกิจ เชื่อว่าตลาดพม่า ลาว กัมพูชา จะเป็นตลาดแห่งความหวัง และมีความสำเร็จยืนรออยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม.

ทีมเศรษฐกิจ

www.dailynews.co.th

 

 

Read 947 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35