Friday, 22 February 2013 15:57

เล็งค้านเลิกติดแอลพีจีรถยนต์

Written by 
Rate this item
(0 votes)

   ผู้ค้าก๊าซแอลพีจีโวย แนวคิด"เฮียเพ้ง" ไม่รับจดทะเบียนรถยนต์ติดตั้งแอลพีจี หากประกาศออกมาใช้จริง รวมตัวประท้วงแน่ กระทบต่อผลการดำเนินงาน "สยามแก๊ส" โอดปัจจุบันยอดขายลดลงแล้ว 50% จากผู้เล่นในตลาดเพิ่มขึ้นขณะที่สมอ.ไล่คุมเข้มมาตรฐานผู้นำเข้าถังแอลพีจีและอุปกรณ์การติดตั้ง   

    นางจินตนา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงกรณีที่กระทรวงพลังงานจะมีนโยบายควบคุมการใช้ก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจีในรถยนต์ โดยจะขอให้กรมการขนส่งทางบกไม่รับการจดทะเบียนรถยนต์นั้น ว่า  ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปจากกระทรวงคมนาคมออกมา แต่หากมีผลบังคับใช้จริง ทางผู้ประกอบการสถานีบริการก๊าซแอลพีจีที่มีอยู่กว่า 1 พันแห่งทั่วประเทศ คงต้องรวมตัวกัน และเข้าพบนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนนโยบายดังกล่าว เพราะปั๊มแอลพีจีจะได้รับความเดือดร้อนจากการจำหน่าย
    "ที่ผ่านมานโยบายของรัฐบาลต้องการให้รถยนต์หันมาใช้พลังงานทางเลือก และปล่อยให้มีการขยายสถานีบริการก๊าซแอลพีจีจำนวนมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับออกมาบอกว่าแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงอันตราย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะการก่อสร้างสถานีบริการก๊าซแอลพีจีต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ดังนั้น เห็นว่าความไม่แน่นอนนโยบายของภาครัฐสร้างความเสียหายกับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก"
     ขณะเดียวกัน หากภาครัฐต้องการให้รถยนต์หันมาใช้พลังงานทางเลือกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี) ต้องพึ่งพาบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เท่านั้น สร้างความไม่เป็นธรรมให้กับผู้ค้ารายอื่น ซึ่งปัจจุบันบริษัทเป็นเจ้าของสถานีบริการก๊าซแอลพีจีจำนวน 30 แห่ง และขายผ่านตัวแทนจำหน่ายอีกประมาณ 400-500 แห่ง โดยปัจจุบันมียอดขายอยู่ที่กว่า 2 หมื่นตันต่อเดือน ลดลงจากปีที่ผ่านมาครึ่งหนึ่งจากที่เคยมียอดขายเกือบ 4 หมื่นตันต่อเดือน เนื่องจากมีผู้ค้ามาตรา 7 รายใหม่เข้ามาเปิดสถานีบริการก๊าซแอลพีจีเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทลดลงเหลือประมาณ 20% จากเดิมอยู่ที่ 50%
    "การไม่รับจดทะเบียนรถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซแอลพีจีนั้น เชื่อว่าจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างแน่นอน และยิ่งสนับสนุนให้รถยนต์เปลี่ยนมาใช้ก๊าซเอ็นจีวี จะทำให้ยอดจำหน่ายของบริษัทลดลงอีก  ส่วนจะดำเนินการอย่างไรนั้นคงต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐก่อน"
    นายเอเดรียน เบนเด็ก ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางที่ภาครัฐเตรียมควบคุมรถยนต์ที่ติดตั้งถังแอลพีจี เนื่องจากขณะนี้ราคาก๊าซแอลพีจีในภาคขนส่งยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งต้องใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาอุดหนุน ซึ่งปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันคาลเท็กซ์มีการผลิตก๊าซแอลพีจี แต่ก็ไม่ได้จำหน่ายผ่านสถานีบริการ จะมีดีลเลอร์บางรายที่จำหน่ายก๊าซแอลพีจีในปั๊มน้ำมัน ซึ่งได้ย้ำกับดีลเลอร์ที่จำหน่ายแอลพีจีให้เน้นด้านความปลอดภัยเป็นพิเศษ
    สำหรับแนวทางการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทเตรียมขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้น ใช้เงินลงทุน 600 ล้านบาทต่อปี และตั้งเพิ่มเป็น 500 แห่งภายในปี 2558 จากปัจจุบันมีสถานีบริการคาลเท็กซ์ 400 แห่ง และจะกลับมาจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 95 เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมี 260 แห่ง โดยตั้งเป้าเป็น 300 แห่งภายในสิ้นปีนี้ รวมทั้งเตรียมจำหน่ายน้ำมัน "คาลเท็กซ์ แก๊สโซฮอล์อี20" ปลายเดือนมีนาคมนี้ โดยในช่วงแรกจะเริ่มจำหน่ายในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 60 แห่ง และเพิ่มเป็น 100 แห่งภายในสิ้นปีนี้
    นายสุรพงษ์ เชียงทอง เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) ขณะนี้สมอ.ได้เข้าไปตรวจสอบอุปกรณ์และถังก๊าซแอลพีจี เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งกรณีพบข่าวไฟไหม้รถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซแอลพีจีนั้น สืบเนื่องมาจากความบกพร่องของการติดตั้ง เพราะที่ผ่านมา สมอ.มีหน้าที่ตรวจสอบโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตในการผลิตและนำเข้าสินค้าอยู่แล้ว
ล่าสุด สมอ.ได้ทำการเข้าตรวจสอบ บริษัท ชื่นสิริ จำกัด ผู้ผลิตถังก๊าซหุงต้มและติดตั้งในรถยนต์  และบริษัท อะติกทา (ไทยแลนด์) จำกัด โดยทั้ง 2 บริษัทได้รับใบอนุญาตการผลิตและการนำเข้าถังก๊าซแอลพีจีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    ล่าสุดสนอ.ได้ทำการเข้าตรวจสอบ บริษัท ชื่นศิริ จำกัด ผู้ผลิตถังก๊าซหุงต้มและติดตั้งในรถยนต์ และบริษัทอะติกทา(ไทยแลนด์) จำกัด โดยทั้ง 2 บริษัทได้รับใบอนุญาตการผลิตและนำเข้าถังแอลพีจีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,820 วันที่   21 - 23  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Read 929 times Last modified on Thursday, 02 May 2013 15:48