Thursday, 28 February 2013 19:54

"ลอจิสติกส์" ใต้เงา AEC

Written by 
Rate this item
(0 votes)

 การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AECที่จะมาถึงในปี2558 นับเป็นโอกาสของธุรกิจลอจิสติกส์ ครั้งสำคัญ ในการขยายตลาด เนื่องจากการวมตัวของกลุ่มประเทศอาเซียนสร้างให้เกิดตลาดที่ใหญ่มหาศาล ซึ่งจะส่งผลต่อระบบสินค้าจะกระจายสู่ภูมิภาค ที่มาพร้อมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียน ดังนั้นจึงเป็นที่น่าจับตาว่า ในปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจลอจิสติกส์ทั้งใน และนอกกลุ่มประเทศอาเซี่ยน ต่างมีความตื่นตัวและแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนขายตลาดในกลุ่มประเทศAEC กันอย่างมาก

 การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AECที่จะมาถึงในปี2558 นับเป็นโอกาสของธุรกิจลอจิสติกส์ ครั้งสำคัญ ในการขยายตลาด เนื่องจากการวมตัวของกลุ่มประเทศอาเซียนสร้างให้เกิดตลาดที่ใหญ่มหาศาล ซึ่งจะส่งผลต่อระบบสินค้าจะกระจายสู่ภูมิภาค ที่มาพร้อมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียน ดังนั้นจึงเป็นที่น่าจับตาว่า ในปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจลอจิสติกส์ทั้งใน และนอกกลุ่มประเทศอาเซี่ยน ต่างมีความตื่นตัวและแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนขายตลาดในกลุ่มประเทศAEC กันอย่างมาก

 

ก่อนหน้านี้ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ได้ออกมาพูดถึง การเชื่อมโยงของกลุ่มประเทศอาเซียนว่า โครงการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟสายสิงคโปร์ - คุนหมิง (Singapore Kunming Rail Link: SKRL) แนวคิดตามโครงการเส้นทางรถไฟสายเอเชียเอสแคป เพื่อเชื่อมทวีปเอเชียและยุโรปเข้าด้วยกัน เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2503 และเป็นทางรถไฟความเร็วสูง 200กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี2558 เชื่อมโยงเส้นทางรถไฟสายหลักของประเทศ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม พม่า และ มณฑลยูนนานของจีน ขณะเดียวกันสิงคโปร์ที่ต้องการเชื่อมทางรถไฟกับอินโดนีเซีย โดยสร้างอุโมงค์รถไฟใต้น้ำลอดช่องแคบมะละกาจากชายแดนมาเลเซียถึงเกาะขนาดเล็กของอินโดนีเซีย ระยะทาง18.9 กิโลเมตร ก่อนจะสร้างสะพานเชื่อมกับเกาะสุมาตรา

 

ทั้งนี้ แผนความร่วมมือด้านการคมนาคมที่เชื่อมต่อในประเทศกลุ่มอาเซียน ถือว่าเป็นการเชื่อมต่อกันเพื่อรองรับระบบการขนส่ง ลอจิสติกส์ และการเดินทางในภูมิภาคให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีต้นทุนต่ำลง แน่นอนว่าหากการเชื่อมต่อระบบการคมนาคมดังกล่าวเกิดขึ้นสมบูรณ์แบบ จะทำให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจลอจิสติกส์ในกลุ่มประเทศอาเซียนขนาดใหญ่เช่นเดี่ยวกันที่เกิดขึ้นมาแล้วในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป  

 

จากแนวโน้มการเชื่อมต่อระบบคมนาคม ซึ่งจะส่งผลต่อการขยายตัวของธุรกิจลอจิสติกส์ ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยที่ปัจจุบัน ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ หลายๆ รายหันมาทำลอจิสติกส์ของตัวเอง โดยเฉพาะบริษัทผู้ผลิตสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งผันตัวมาทำธุรกิจลอจิสติกส์ควบคู่กับการผลิตสินค้าไปด้วย เช่น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)เครือเอสซีจีบริษัทในเครือดั๊บเบิ้ลเอบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)บริษัท ซีพี เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ฯลฯ จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ เคยเป็นเฉพาะผู้ผลิตสินค้าอย่างเดียว

 

แน่นอนว่าภายหลังการเปิดเสรีการค้าในอาเซียน ขนาดของตลาดย่อมมีขนาดใหญ่ขึ้น ภาคธุรกิจลอจิสติกส์เองย่อมขยายตัวตามไปด้วย ปัจจุบันบริษัทคนไทยขยายฐานการผลิตไปตั้งในต่างประเทศบ้างแล้ว ซึ่งในส่วนของภาคการขนส่ง และธุรกิจลอจิสติกส์จึงจำเป็นต้องตามไปด้วย ซึ่งเป็นการขนส่งไปมาระหว่างประเทศ และเป็นการกระจายสินค้าระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามแม้แนวโน้มธุรกิจลอจิสติกส์จะโตขึ้น แต่ก็โตแค่ Market Share หรือมาร์เกตแคปเท่านั้น แต่ในส่วนของ Margin ยังอยู่ในระดับต่ำ เพราะมีการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรง ประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงก็ปรับตัวสูงขึ้นไปด้วย


          

ปัจจุบัน บริษัทข้ามชาติที่เข้ามาทำธุรกิจลอจิสติกส์ในประเทศไทย มีการเตรียมพร้อมการขนส่งชายแดน เพื่อรองรับการเปิด AECแล้วเนื่องจากการค้าชายแดนมีมูลค่าที่สูงกว่า แสนล้านบาทต่อปี ขณะที่บริษัทลอจิสติกส์ของคนไทยโดยมากยังเป็น SMEsศักยภาพจึงยังไม่สูงพอจะแข่งขันกับบริษัทข้ามชาติได้ เนื่องจากในการแข่งรับงานนั้นนบริษัทต่างชาติใช้วิธีชิงตลาด การตัดราคา,ให้เครดิตยาว90 วัน, ออกเงินให้ก่อน, มีเทคโนโลยีทันสมัย, เงินทุนของต่างประเทศมีมากกว่าและมีเครือข่ายมากกว่า

 

 

สำหรับทางรอดของผู้ประกอบการธุรกิจลอจิสติกส์ SMEs ภายหลังการเปิด AEC คือ การจับมือกับพันธมิตรในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น พม่า ลาว จีน เพื่อสร้างอำนาจการต่อรองและเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันกับบริษัทผู้ประกอบการข้ามชาติรายใหญ่ เนื่องจากเมื่อเปิดเออีซีอย่างเต็มรูปแบบในปี 2558 จะทำให้มีการซื้อขาย ลงทุนมากขึ้น ทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างกันย่อมสูงขึ้น ซึ่งสิ่งจะตามมาแน่นอนคือการแข่งขันแย่งตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่หรือบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาตั้งบริษัทในประเทศไทยเพื่อรองรับการเปิดAEC ในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว

 

: Logistics2day.com

Read 1449 times Last modified on Monday, 29 April 2013 09:35