Monday, 27 May 2013 10:29

จ่อต่อสัมปทานบริการท่อส่งน้ำมันสุวรรณภูมิเฟส2 ทอท.ชงบอร์ดเจรจาผลตอบแทน"เชื้อเพลิงการบิน"

Written by 
Rate this item
(0 votes)

เงื่อนเวลาบีบ ทอท. เจรจาบริษัท เชื้อเพลิงการบิน (TARCO) เป็นผู้ให้บริการระบบส่งน้ำมันทางท่อสุวรรณภูมิเฟส 2 หวั่นเปิดประมูลใหม่ทำก่อสร้างขยายเฟส 2 ล่าช้าไปด้วย ขณะที่กฤษฎีกาไม่ขี้ขาด โยนทอท.ตัดสินใจเองว่าเป็นโครงการใหม่หรือส่วนต่อจากเฟส1 ฝ่ายบริหารชงบอร์ด 29 พ.ค.เคาะเดินหน้าเจรจา ทอท.หวังเพิ่มสัดส่วนหุ้นและผลตอยแทนเพิ่มและเตรียมเสนอโมเดลแก้แออัดสนามบินทั้งภูเก็ตและสุวรรณภูมิแบบเร่งด่วน
       
       นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ กรรมการและรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการระบบให้บริการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านท่อแบบ Hydrant เพื่อรองรับการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 ว่า หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.)ได้แจ้งให้ทอท.เป็นผู้พิจารณาการดำเนินการเองว่า จะให้สิทธิแก่บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด (TARCO) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานผ่านท่อแบบ Hydrant ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 1 หรือเปิดประกวดราคาใหม่ โดยให้ดูเจตนารมณ์ของสัญญาเฟส 1 เป็นหลักว่าระบบท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิงฯของสุวรรณภูมิ เฟส 2 ถือเป็นส่วนหนึ่งของเฟส 1 หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.ที่มีน.ต.ศิธา ทิวารี เป็นประธานเมื่อวันที่ 26เมษายนที่ผ่านมาได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาด้านข้อกฎหมายมี นางสาวศศิศุภา สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานอำนวยการทอท. เป็นประธาน และให้เสนอต่อที่ประชุมบอร์ดวันที่ 29 พฤษภาคมพิจารณาสรุปเพื่อเร่งเดินหน้าโครงการต่อไป
       
       ทั้งนี้ การก่อสร้างระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเร่งสรุปและเริ่มดำเนินการภายใน 5 เดือนหลังจากนี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อโครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 เนื่องจากการก่อสร้างท่อน้ำมันส่วนใต้ดินต้องเสร็จก่อนที่งาน Airfield Pavement จะเริ่มงานอีกทั้งต้องออกแบบรายละเอียดระบบท่อฯให้สอดคล้องกับโครงสร้างหลักของระบบต่างๆของเฟส
       2ซึ่งเงื่อนไขด้านเวลาเป็นตัวแปรสำคัญในการพิจารณา ในขณะเดียวกันได้มีการพิจารณาถึงผลตอบแทนกรณีที่ให้ TARCO เป็นผู้ดำเนินการระบบท่อน้ำมันเฟส 2 ไปพร้อมกันด้วยเพื่อไม่ให้ล่าช้า
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบัน ทอท.ถือหุ้นในบริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด (TARCO) สัดส่วน 10% และ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ถือ 90% โดยหากทอท.อนุมัติให้ TARCO ลงทุนท่อน้ำมันเฟส 2 จะต้องมีการปรับผลประโยชน์ตอบแทน ให้ทอท.เพิ่มเติมจากสัญญาสัมปทานเดิม โดยปรับเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นของทอท.ใน TARCO จาก 10% เป็น 25% และเพิ่มอัตราส่วนแบ่งรายได้จาก 2% เป็น
       8% ในขณะที่ เงื่อนไขดังกล่าว ทาง TARCO ยังไม่ตกลงทั้งหมดเนื่องจากจะต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติก่อนตามระเบียบของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ จึงยังไม่มีความชัดเจนว่า จะสามารถเจรจาตกลงกันได้ตามเงื่อนไขที่ทอท.ต้องการหรือไม่
       
       อย่างไรก็ตาม ทอท.ยืนยันว่า การที่ TARCO เป็นผู้ให้บริการระบบท่อน้ำมันทั้งเฟส1และ2 ไม่ถือเป็นการผูกขาดเพราะเป็นระบบท่อน้ำมันกลางในขณะที่ปัจจุบัน ผู้ให้บริการมีมากกว่า 1 รายอยู่แล้ว โดยคาดว่าการวางท่อส่งน้ำมันจะใช้เวลาก่อสร้าง 14 เดือน โดยจะแล้วเสร็จเดือนสิงหาคม 2557
       
       ผุดโมเดลลดความแออัดสนามบินภูเก็ต-สุวรรณภูมแบบเร่งด่วน
       
       นางพงศ์ศักติฐ์กล่าวว่า นอกจากนี้จะเสนอโมเดลแก้ปัญหาความแออัดของท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของทอท.ทั้ง 6 แห่งต่อที่ประชุมบอร์ด 29 พฤษภาคมนี้ด้วย โดยจะเป็นการปรับปรุงแบบเร่งด่วนเฉพาะหน้า สามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลเป็นการเฉพาะ เน้นการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการ วางผังหรือ Lay out
       การเคลื่อนของผู้โดยสารใหม่การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อให้บริการในจุดที่แออัดคับคั่ง ซึ่งเป็นการปรับที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่จะมีการปรับปรุงทางกายภาพในบางพื้นที่ซึ่งจะต้องลงทุนเพิ่มแต่ไม่มาก เช่น ท่าอากาศยานภูเก็ต มียุทธศาสตร์ในการปรับปรุงเพื่อลดความแออัดภายในอาคารผู้โดยสารทั้งการหาพื้นที่ในเขตสนามบินทำเป็นอาคารเช็คอินเพิ่มรวมถึงใช้พื้นที่ของส่วนราชการโดยร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่น โดยหลักการจะพยายามไม่เวนคืนที่ดินเพื่อขยายสนามบิน หรือหากเป็นที่ดินของเอกชนจะเป็นรูปแบบการลงทุนร่วมกัน


ที่มา - http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000063182

Read 1931 times Last modified on Monday, 27 May 2013 10:29