Thursday, 05 September 2019 09:49

6 กูรูโลจิสติกส์ระดับโลกแลกเปลี่ยนความรู้ในงาน Trade Logistics Symposium 2019

Written by 
Rate this item
(0 votes)

6 กูรูโลจิสติกส์ระดับโลกแลกเปลี่ยนความรู้ในงาน Trade Logistics Symposium 2019

แนะวิธีพลิกโฉมองค์กรและทำงานร่วมกัน 

เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

 

ปัจจุบัน โลกของเราได้เข้าสู่ยุค Disruptive Technology ที่เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาแทนที่เทคโนโลยีเดิม  ทำให้รูปแบบธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาผู้ให้บริการโลจิสติกส์ มีเป้าหมายที่จะเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการโลจิสติกส์ของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก จึงได้จัดงาน Trade Logistics Symposium 2019 ภายใต้หัวข้อ Transform and Collaborate towards Greater Success โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์จากองค์กรระดับโลกมาแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก ผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศ และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมของไทย ซึ่งข้อมูลจากการบรรยายของวิทยากรแต่ละท่านนับว่ามีประโยชน์อย่างมาก

การสัมมนาในภาคเช้ามีวิทยากรบรรยาย 3 ท่าน เริ่มจาก “นายเอ็ดวิน ฟาน โพเอลเจอร์” รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานสารสนเทศ ลินฟอกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เอกชนที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย บรรยายเรื่อง การใช้ประโยชน์จาก IoT เพื่อนำเสนอข้อมูลที่มีความก้าวหน้าด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ และสารสนเทศด้านมาตรฐานคุณภาพ โดยกล่าวว่า การปรับองค์กรไปสู่ Digitization ผู้นำองค์กรจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด ตระหนักว่าไอทีคือสิ่งสำคัญ เพราะไอทีจะมาสร้างคุณค่าใหม่ๆ ทำให้องค์กรเติบโตขึ้น และสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ ผู้นำองค์กรจะต้องทราบว่าธุรกิจของตนจะมุ่งไปทางไหน และจะมีวิธีนำไอทีมาใช้อย่างไร มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร เกี่ยวข้องกับแผนกไหน แต่ละแผนกจะมีการประสานงานร่วมมือกันอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือองค์กรจะต้องเรียนรู้องค์ความรู้และทักษะใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้พัฒนาองค์กรให้เป็น Digitization ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในวงการโลจิสติกส์ กระบวนการทำธุรกิจ การเงิน ทรัพยากรมนุษย์ เมื่อนำไอทีมาใช้แล้ว อาจทำให้หลายคนกังวลว่าจะตกงาน เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าปี 2030 จะมีคนตกงานจากจากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กว่า 2,000 ล้านคน ดังนั้นสิ่งที่บุคลากรจะต้องทำคือการปรับทักษะของตนเองให้มีความสามารถด้านอื่นเพิ่มขึ้น 

นายเอ็ดวินกล่าวเพิ่มเติมถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีที่นำมาวิเคราะห์ข้อมูลว่าจะทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ในระบบคลังสินค้าที่มีการนำระบบ dash board มาบริการลูกค้าจะทำให้เห็นภาพรวม และตัดสินใจได้ดี แต่สิ่งที่ต้องระวังคือความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ซึ่งองค์กรควรมีมาตรการที่จะสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า เช่น มีคู่มือและแนวทางปฏิบัติ 

สำหรับวิทยากรท่านต่อมา คือ “นายคัทสึฮิโกะ อุเมะทสึ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ยามาโตะโฮลดิ้ง และประธาน ยามาโตะ โกลบอลโลจิสติกส์ ผู้ให้บริการจัดส่งอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น มาแลกเปลี่ยนความรู้หัวข้อ การขนส่งสินค้าข้ามแดนและตลาดเกิดใหม่ : ความสำคัญและความซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับอีคอมเมิร์ซ กล่าวถึงสถิติที่น่าสนใจว่า การค้าข้ามแดนแบบอีคอมเมิร์ซทั่วโลกมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าในปี 2020 จะมีมูลค่าถึง 9,940 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจากการขยายตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซและปริมาณการสั่งซื้อสินค้าอาหารออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริการส่งสินค้าที่ต้องเก็บในที่เย็นเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ซึ่งธุรกิจนี้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นมากในประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังในการให้บริการส่งสินค้าด้วยความเย็น ซึ่งสามารถเกิดความเสียหายได้หากใช้เครื่องวัดความเย็นที่ไม่แม่นยำ หรือใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพ และปล่อยให้สินค้าอยู่นอกพื้นที่ความเย็นเป็นเวลานาน 

นายคัทสึฮิโกะได้กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจของยามาโตะกรุ๊ปว่า ยามาโตะมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ให้บริการ Global Food Supply Chain โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานการส่งสินค้า การควบคุมคุณภาพสินค้า และทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทชั้นนำด้านการส่งสินค้า Cold Chain ในธุรกิจอีคอมเมิรซ โดยพยายามสร้างมาตรฐานเกี่ยวกับการจัดส่งสินค้า Cold Chain เช่น มาตรฐาน PAS ซึ่งยามาโตะได้ร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจพัฒนาให้เป็นมาตรฐานระดับโลก นับเป็นมาตรฐานแรกของโลกที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้า

ทางด้านที่ปรึกษาอาวุโสด้านโลจิสติกส์ของส