Error
  • JUser: :_load: Unable to load user with ID: 3
วารสารและบทความ

วารสารและบทความ (23)

ประจำเดือน เมษายน-มิถุนายน 2556

 

หนังสือ CUSTOMS IMPORT-EXPORT  /THE Fast track t to Global Trade NO.144/2013/

- คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยเปิดใจลงบทความพิเศษ SPECIAL GUEST หน้า68-72 หนังสือ CUSTOMS IMPORT-EXPORT  /THE Fast track t to Global Trade NO.144/2013/ ภาคภาษาไทย-อังกฤษ  หัวข้อ "เปิดใจประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย คุณเกริกกล้า สนธิมาศ กับทิศทางส่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" /(Thai Federation on Logistics View towards AEC Trend)  ชี้ประเด็นและเผยวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจถึงทิศทางโลจิสติกส์ไทยในปีและอนาคตข้างหน้าอันใกล้ถึงความเปลี่ยนแปลง ทำให้รูปแบบการค้าของไทยหันมาค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนและประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมากยิ่งขึ้นกว่าการค้าขายกับประเทศทางยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาเหมือนเช่นเคยมาที่มีนัยสำคัญคือ เศรษฐกิจทางกลุ่มประเทศอาเซียนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว และทำให้กลุ่มเออีซีกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจกลุ่มใหม่ของโลก ประเทศไทยจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กฏระเบียบและการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับเออีซีอย่างองค์รวม เช่นความร่วมมือกับทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการ แฮปปี้เวิร์คเพลส เริ่มต้นด้วยการพัฒนาบุคลากรพนักงานขนส่งสินค้า ฯลฯ  สำหรับจุดที่เพิ่มเติมน่าสนใจคือ การให้ความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ หรือคำศัพท์ทางเทคนิค (Technical Term) เป็นจำนวนมากที่จำเป็นต้องเข้าใจรวมถึงภาษาที่สาม ซึ่งล้วนแต่มีความสำคัญในการติดต่อเชื่อมโยงกัน เช่น เมียนมาร์ ลาว  กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมทั้งภาษาจีน เป็นต้น ทั้งนี้ยังไม่ทิ้งประเด็นการการให้ความสำคัญในการพัฒนาการเชื่อมโยงระบบขนส่งทางบกของไทย  โดย 88% เป็นทางถนน  คุณเกริกกล้า ยังคงผลักดันสนับสนุนการจัดตั้งจุดพักรถ ศุนย์รวบรวมกระจายสินค้าหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษบนเส้นทางเชื่อมต่อกับอาเซียนไฮเวย์ 12 สายหลัก เพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและช่วยกลั่นกรองป้องกันการนำสินค้าได้คุณภาพเข้ามาขายในประเทศไทย โดยจุดพักรถ ควรแยกตัวจากด่านชายแดน..เป็นต้น

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้โดย download  ข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารแนบไฟล์

บทความพิเศษของคุณเกริกกล้า-CUSTOMS IMPORT-EXPORT-2013

 

 

ประจำเดือน เมษายน-มิถุนายน 2556

PROMOTE THAI LOGISTICS STANDARD  AS THE  ASEAN  MEASUREMENT

- คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ให้ สัมภาษณ์กับนิตยสาร The Power Logistics by Transport  Journal / CIO World& Business Issue No.131 ประจำเดือนเมษายน 2556 www.transportnews.co.th ชี้ประเด็นการยกระดับคุณภาพโลจิสติกส์ทั้งระบบให้มีความทัดเทียมและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ คือ เจตนารมณ์ในการก่อตั้ง สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย  นอกจากมิติของกิจกรรมด้านโลจิสติกส์แล้ว ยังให้ความสำคัญ โดยการเสริมสร้างองค์กรสุขภาวะ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีหรือรู้จักกันในนาม Happy Workplace / Happy8; Happy Body, Happy Heart, Happy Relax, Happy Brain, Happy Soul, Happy Money, Happy Family, Happy Society .อีกทั้งยังเสนอความคิดเห็นถึงการปรับตัวเข้าสู่ AEC ควรมองว่าเป็นโอกาสมากกว่าวิกฤต  รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ภาครัฐควรมีแผนเชื่อมการขนส่งทางถนนกับทางรถไฟรางคู่ที่รัฐฯมีแผนก่อสร้าง เพื่อเป็นชุมทางชุมทองในการขนส่ง  ซึ่งจุดนี้เอกชนจะได้ประโยชน์หากมีการจัดการระบบที่ดี ทั้งการตรวจสอบสินค้าและการบริการต่างๆแบบครบวงจรเพราะช่วยลดการวิ่งรถที่ยวเปล่า เพิ่มความปลอดภัยและรองรับการขนส่งที่จะมีปริมาณที่มากขึ้นหลักการเปิด AEC  ดังนั้นการจัดทำมาตรฐานโลจิสติกส์ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการยกระดับระดับสากล

 

ข้อมูลเพิ่มเติม download ได้ตามเอกสารแนบไฟล์;

CEO Talk- power logistics- Promote Thai logistics Standard as the Asean Measurement คุณเกริกกล้า

ประจำเดือน เมษายน-มิถุนายน 2556

บทความ CEO Vision ในนิตยสาร FREIGHT MAX VOL.18  หน้า 17-19  Version; Thai-Eng  in APRIL-JUNE 2013

- คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ให้สัมภาษณ์ลงบทความ CEO Vision ในนิตยสาร FREIGHT MAX VOL.18  หน้า 17-19  Version; Thai-Eng  in APRIL-JUNE 2013  http://www.freightmaxad.com

หัวข้อ "ระดมกูรูตั้งคณะทำงานมาตรฐานทางด้านโลจิสติกส์ เสริมขีดความสามารถติดอาวุธการแข่งขันรับมือ AEC" (Experts to be set to standardize and enhance logistics efficiency and ready for AEC)

 มุ่งเน้นประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ ทางด้านการวางมาตรฐานด้านโลจิสติกส์ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์สู่ระดับสากลและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรับเปิดเสรีโลจิสติกส์

 

มาตรฐานด้านโลจิสติกส์ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์สู่ระดับสากล จำนวน 8 โครงการ 

1.การยกระดับมาตรฐานการให้บริการของสายเรือ (Liner) และการสร้างมาตรฐานการ ให้บริการและความรับผิดของ Freight Forwarder สำหรับการใช้บริการขนส่งสินค้า ระหว่างประเทศ
2. การผลักดันให้มีการจัดทำ Service Contract ตามสัญญามาตรฐาน SERVICECON ที่ พัฒนาโดย BIMCO
3. การเร่งรัดออกประกาศมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับพาเลทพลาสติกหมุนเวียน
4. การจัดทำมาตรฐานกระบวนการและโครงสร้างต้นทุนการส่งออกของไทย (Export Cost Structure)
5. มาตรฐานกระบวนการทดสอบสินค้าและบรรจุภัณฑ์สำหรับการส่งออก อาทิจุภัณฑ์บรรจุอาหารเพื่อการส่งออก เป็นต้น
6. มาตรฐานโลจิสติกส์กับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Logistics) โดยการใช้ “การประเมินวัฏจักรชีวิตของ ผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA)” ในการ วิเคราะห์
7. การกำหนดมาตรฐาน Key Performance Indicator (KPI) ของโลจิสติกส์ภาคการเกษตร (อ้างอิงตาม Logistics Services Information Center: ซึ่งมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ใน 9 กิจกรรม 3 มิติ คือ ต้นทุน, เวลา,ความน่าเชื่อถือ)
8. มาตรฐานฝีมือแรงงานด้านโลจิสติกส์

(ข้อมูลเพิ่มเติม download ได้ตามเอกสารแนบไฟล์ (Download attachments); CEO Vision-Freight Max-คุณเกริกกล้า กูรูฯ)

ในช่วงที่กระทรวงคมนาคมกำลังจะนำเสนอโครงการพ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยคาดว่าอีกประมาณ 1 เดือน ก็จะเสนอครม.ได้ ซึ่งหากพิจารณาโครงการต่างๆ ที่อยู่ในพ.ร.บ.เงินกู้แล้ว รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมจะเน้นหนักไปที่ระบบรางมากกว่าโหมดการขนส่งอื่นๆ เนื่องจากต้องการลดต้นทุนลอจิสติกส์ของประเทศ




            เพราะตอนนี้ ใครต่อใครก็พูดถึงแต่ประชาคมอาเซียน หรือ AEC จนกลายเป็นประเด็นหลักในแทบทุกงานสัมมนาทางเศรษฐกิจ ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ประเทศไทยและคนไทยควรต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่คว้า โอกาสที่กำลังจะเข้ามาในปีอีกไม่ถึง 3 ปีข้างหน้า แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับ ความท้าทายที่มักจะมาเคียงคู่กันทุกครั้ง

              แต่กว่าจะถึงปี 2558 เราคงได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ AEC จนหนาหู ทำให้บางคนอาจหลงลืม โอกาสอื่นๆ ที่บินโฉบไปเฉี่ยวมาใกล้ๆ ตัวเราไปแล้ว โดยเฉพาะโอกาสจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหรือ GMS (Great Mekong Sub-region) ซึ่งประเทศไทยเคยตื่นตัวอย่างมากเมื่อประมาณ 3-5 ปีก่อนหน้านี้

การพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเกิดขึ้นราวปี 2535 ภายใต้แนวคิด "หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ" โดยประกอบด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา, จีน-ยูนานพม่า, ลาว, เวียดนาม และไทย ครอบคลุมเนื้อที่ราว 2.34 ล้านตารางกิโลเมตร มีประชากรรวม 257.5 ล้านคน จุดประสงค์ของความร่วมมือคือ เพื่อส่งเสริมการขยายตัวด้านอุตสาหกรรม การเกษตร การค้า การลงทุนและบริการ ตลอดจนเพื่อให้เกิดการจ้างงาน ยกระดับการครองชีพ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษา และใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูจากขนาดพื้นที่และประชากรแล้ว หลายคนอาจมองว่า AEC นั้นน่าสนใจกว่ากันเยอะ เพราะหากมองในแง่ของตลาด AEC นั้นใหญ่กว่ากันมากกว่าสองเท่า แต่เหตุที่ประเทศไทยไม่ควรมองข้าม GMSเพราะโดยชัยภูมิของ GMS ถือเป็นจุดทำเลที่เป็นยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชีย และเมื่อเทียบศักยภาพของ เมืองไทยในเวที AEC กับเวที GMS จะเห็นว่า ในเวทีหลัง ประเทศไทยดูเหมือนจะมีความพร้อมมากที่สุดของกลุ่ม ในการเป็น หัวหอกและศูนย์กลางในด้านต่างๆ ของกลุ่ม GMS

ผศ.ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุลแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เคยวิเคราะห์ไว้ว่า มีการคาดการณ์ว่า การเกิด GMS จะส่งผลให้ไทยมีโอกาสพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกับชาติสมาชิกได้มากขึ้น อาทิ การค้าขายระหว่างประเทศไทยกับลาวและไทยกับพม่า โดยเฉพาะกับจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ และไทยจะมีมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นสำหรับการลงทุนในประเทศจีน ลาว และพม่า ซึ่งกำลัง สาวเนื้อหอมอยู่ในขณะนี้ เพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีโอกาสสูงในแง่ของการท่องเที่ยวกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ชูจุดขายความเป็นชาติพันธุ์เดียวกัน หรือเมนูทัวร์ 5 เชียง เป็นต้น แต่ โอกาสที่สำคัญมากคือ การก้าวไปสู่การเป็นฮับด้านโลจิสติกส์ และการขนส่งลุ่มแม่น้ำโขง  

ความคืบหน้าของ GMS มีอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและเส้นทางการคมนาคมขนส่งทางถนน อาทิ การพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) เชื่อมโยงระหว่างไทย-พม่า/ลาว-จีนการพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เชื่อมโยงพม่า-ไทย-ลาว-เวียดนามการพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor) - เชื่อมโยงไทย-กัมพูชา-เวียดนาม

ยิ่งไปกว่านี้ ตามกรอบความร่วมมือกับภูมิภาคอื่น GMS ยังมีการเชื่อมระบบการค้ากับกลุ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพอย่างกลุ่มประเทศ BIMSTEC ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือระหว่าง 7 ประเทศในภูมิภาคอ่าวเบงกอล ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย พม่า เนปาล ศรีลังกา และไทย โดยครอบคลุมไปจนถึงสหภาพยุโรป (European Union: EU) ภายใต้ ยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ GMS-BIMSTEC-EU” ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือที่ครอบคลุมตลาดที่มีศักยภาพสูงไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะจีน บังคลาเทศ และอินเดีย

 คุณนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังจากกลับจากการประชุม GMS Summit ณ ประเทศพม่า ว่า ใน GMS มีโอกาสดีๆ หลายเรื่องที่ประเทศไทยน่าจะคว้าไว้ให้ได้เพราะ GMS ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญทางภูมิศาสตร์ คือเป็นจุดที่อยู่ตรงกลางในการเชื่อมภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าด้วยกัน

 เช่นเดียวกับคุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ได้ให้ข้อคิดว่า ประเทศไทยมี แต้มต่อสูงมาก ในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ตามยุทธศาสตร์นี้ โดยเฉพาะในแง่จุดยุทธศาสตร์ เพราะไทยมีที่ตั้งเหมาะสำหรับการผลิตและการค้า และไทยอยู่ใกล้กับ โอกาสตรงนี้มากที่สุดในขณะนี้ แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า ประเทศไทยจะสามารถต่อยอด และใช้ความได้เปรียบที่มีให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง

 นอกจากภาครัฐที่ต้องเร่งเสริมสร้างศักยภาพของประเทศและผู้คน ภาคเอกชนเองก็ต้องพัฒนาศักยภาพของตัวเอง และเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุก เพื่อไขว่คว้า โอกาสที่จะเข้าชิงพื้นที่และสร้างความมั่นคงทางธุรกิจในระดับภูมิภาค GMS เอาไว้ให้ได้ก่อนที่ AEC จะมาถึง

 เพราะ ณ เวลานั้น ถ้าบริษัทของเราแข็งแรงพอ เวที GMS จะกลายเป็น สปริงบอร์ดให้เราขยายต่อไปใน AEC ได้ไม่ยากและอย่างมั่นคง แต่ถ้าแม้แต่โอกาสใน GMS เรายังไม่สามารถคว้าไว้ได้ ทันที่ที่เปิดเสรีตามกรอบ AEC ซึ่งเท่ากับเปิด ประตูบ้านให้บริษัทข้ามชาติเข้ามาแข่งขันในประเทศไทยมากขึ้น เมื่อนั้น เราอาจไม่เหลือ ที่ให้ยืนทางธุรกิจ ทั้งในเวที AEC และ GMS หรือแม้แต่ในประเทศไทย ก็ตาม

 

ที่มา : http://www.logistics2day.com/App_Website/Community/blog.aspx?id=2270

อีกไม่กี่ปีข้างหน้า การรวมประชาคมอาเซียนจะกลายเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงการค้าขายของประชากรในภูมิภาคที่ถือเป็นอีกตลาดใหญ่ที่น่าสนใจ แน่นอนว่ากลุ่มธุรกิจต่างชาติย่อมจับจ้องมองดูตาเป็นมัน ซึ่งผู้ประกอบการท้องถิ่นเองต้องมีแผนรับมือเมื่อเวลานั้นมาถึง โดยเฉพาะโลจิสติกส์ไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อมก่อนจะถูกฉกฉวยโอกาสไปต่อหน้าต่อตา 

สัมภาษณ์ เกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ By CUSTOMS IMPORT-EXPORT

เอกชนประสานมือผุดสมาพันธ์โลจิสติกส์ หนุนสร้างศูนย์รวมข้อมูลเพิ่มขีดความสามารถ

คำ ว่า “โลจิสติกส์” เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ยินจนคุ้นหูในช่วงนี้ ซึ่งบางรายอาจจะเข้าใจเพียงว่า โลจิสติกส์ หมายถึงระบบการขนส่งสินค้าเท่านั้น ทั้งที่แท้จริงแล้ว โลจิสติกส์ หมายถึง กิจกรรมที่มีการเคลื่อนย้าย จัดเก็บ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การขนส่งสินค้า เมื่อโลจิสติกส์มีความหมายกว้างเช่นนี้ จึงต้องยกให้โลจิสติกส์ เป็นส่วนประกอบสำคัญในการประกอบธุรกิจ หากใครบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะการบริหารระบบโลจิสติกส์ที่ดี จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ภาครัฐ และเอกชน ตื่นตัวกับเรื่องการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ล่าสุด ฝั่งเอกชนถึงขนาดรวมตัวกัน จัดตั้ง สมาพันธ์โลจิสติกส์ขึ้นมาเลย นับเป็นการประกาศศักดาอย่างชัดเจนว่าผู้ประกอบธุรกิจไทย ไม่ขอตกยุคการพัฒนาระบบโลจิสติกส์เด็ดขาด

จีนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจ"คุณภาพ" สินค้าที่ต้องเล็กกับอำนาจเงินแบบพร้อมจ่าย โดยเฉพาะโลโก้ Made in Thailand เคยอยู่ในใจมาก่อน และกำลังกลายเป็นวิถีบริโภค เทียบเคียงแบรนด์เนมจากนานาชาติ เพียงแค่ใส่ใจกังาน คุมคุรภาพให้ดีกว่าเดิม... รับรองแจ้งเกิด

บทความเรื่อง “ผลกระทบของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก(East-West Economic Corridor: EWEC) ต่อการพัฒนาการค้าการลงทุนในแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว” เป็นการสรุปย่อผลการศึกษาเรื่อง Impact of East West Economic Corridor on Tertiary Business and Social Development of Savannakhet Province, Lao PDR ซึ่งจัดทำโดย Planning and International Cooperation National University of Laos การศึกษาดังกล่าวใช้เผยแพร่ในการประชุม The Mekong Institute Research Advisory Committee (MIRAC) Round Table Meeting ในระหว่างวันที่ 13-14 มกราคม 2551 ณ จังหวัดขอนแก่น

การพัฒนาประเทศไทย ด้วยระบบโลจิสติกส์ (Logistics)

เมื่อกล่าวถึงคำว่า โลจิสติกส์ (Logistics) หลายท่านคงอาจเคยได้ยินกันมาบ้าง แต่สำหรับท่านที่ยังไม่เคยรู้จัดเลยว่า โลจิสติกส์นี้คืออะไร มีขั้นตอนกระบวนการทำงานเป็นอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร และมีผลกระทบกับใครบ้างรวมทั้งเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดคงต้องมาติดตามอ่าน คอลัมน์จับถูกจุดในฉบับนี้

Page 2 of 3