เกี่ยวกับสมาคม

เกี่ยวกับสมาคม (9)

 นายเกริกกล้า สนธิมาศ ชื่อ  :   นายเกริกกล้า  สนธิมาศ
สัญชาติ / เชื้อชาติ  :  ไทย
การศึกษา  :  โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์
 

ประสบการณ์และตำแหน่งหน้าที่อดีต-ปัจจุบัน

   2512-2521 อีสต์เอเชียติ๊กส์ (ประเทศไทย) จำกัด 
 ผู้จัดการฝ่ายควบคุมตู้สินค้า
    ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางเรือ
 
   2521-2522 บริษัท ไทยบัลค์เซอร์วิส จำกัด
 ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการ
   2522-2528 บริษัท มารีเน็กซ์ จำกัด
 ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการ
     ตัวแทน  สายการเดินเรือเอเวอร์กรีน
 
   2528-2538 บริษัท พาเซียร่า (ไทยแลนด์) จำกัด
 กรรมการผู้จัดการ
   2528-2543 บริษัท กรีนสยาม จำกัด
 กรรมการบริหาร
     ตัวแทน  สายการเดินเรือเอเวอร์กรีน / ยูนิกลอรี่
 
   2543 บริษัท เอเวอร์กรีน ชิปปิ้ง เอเยนซี่ (ไทยแลนด์) จำกัด
 กรรมการบริหาร
    สำนักงานสาขาในประเทศไทย  : สายการเดินเรือเอเวอร์กรีน / อิตาเลีย มาริดดิม่า เอส.พี.เอ/ฮัทสึ มารีน  
   2534 บริษัท เอเวอร์กรีนคอนเทนเนอร์เทอร์มินัล (ประเทศไทย) จำกัด
 กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
   

 รับสัมปทานบริหาร

  • ท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง หมายเลข 2
  • สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง 3
 
   2547 บริษัท กรีนสยามแอร์เซอร์วิสเซส จำกัด
 ประธานกรรมการบริหาร
     ตัวแทนฝ่ายขายในประเทศไทย – สายการบิน EVA  
    บริษัท เอเวอร์กรีน อินเตอร์เนชั่นแนลโฮเต็ล พรอพเพอร์ตี้ (กรุงเทพ) จำกัด
 กรรมการบริหาร

ตำแหน่งหน้าที่ทางสังคม

   สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย  ประธาน
   สมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์  นายกสมาคมฯ กิตติมศักดิ์
   สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย  อนุกรรมการประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออก
   คณะอนุกรรมาธิการปรับปรุงโครงสร้างกฎระเบียบที่เป็น  อุกรรมาธิการ
   อุปสรรคต่อการส่งออกและนำเข้าของไทย  
   สมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือกรุงเทพ  สมาชิก
   สมาคมขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าและส่งออก  กรรมการที่ปรึกษากิติมศักดิ์

 

สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย

อาคารกำธร ชั้น 7 เลขที่ 897-897/1 ถ.พระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

Tel : 02-683 4014 Fax : 02-683 4015 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

แผนที่ สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย


การเดินทาง

- รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีช่องนนทรี ต่อ รถ BRT ลงที่สถานีวัดด่าน

- รถ BRT ลงที่สถานีวัดด่าน

- รถประจำทางสาย 89,205

- รถยนต์ ลงทางด่วนสาธุประดิษฐ์ มุ่งหน้าไปทาง ถ.สาธุประดิษฐ์-พระราม 3 เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.พระราม 3 อาคารกำธร ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือตรงข้ามอาคาร SV City

 

สถานที่จอดรถ

1. ที่จอดรถอาคารกำธร อัตราค่าจอดรถ : ชั่วโมงแรกจอดฟรี ชั่วโมงถัดไปชั่วโมงละ 20 บาท

2. ฝั่งตรงข้ามอาคารกำธร อาคารจอดรถ SV City อัตราค่าจอดรถ : ชั่วโมงแรกจอดฟรี ชั่วโมงถัดไปชั่วโมงละ 20 บาท (หากประทับตราหน่วยงานที่ติดต่อใน SV City จอดรถฟรี 3 ชั่วโมง)

3. ฝั่งตรงข้ามอาคารกำธร ซอยข้างร้าน 7-11 ทางเข้าภัตตาคารกวนอา อัตราค่าจอดรถ 40 บาท สามารถจอดได้ทั้งวันไม่จำกัดชั่วโมง

 

 

การดำเนินงานด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและการกระจายสินค้า
จาก ความตื่นตัวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างการขนส่งสินค้าและ การกระจายสินค้าทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ทำให้เกิดการริเริ่มโครงการก่อสร้างและพัฒนาประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐาน ด้านต่างๆ ทั้งท่าเรือ ท่าอากาศยาน ระบบถนน ระบบราง และสถานีขนถ่ายและกระจายสินค้า ให้สามารถอำนวยประโยชน์กับภาคเอกชนในการลดต้นทุนและเวลาที่ใช้ในการขนส่ง สินค้า นอกจากนี้ภาครัฐยังได้กำหนดนโยบายในการพัฒนาระบบการขนส่งสินค้าของประเทศไทย ให้สามารถเชื่อมโยงกับภูมิภาค ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าในภูมิภาค ซึ่งสมาพันธ์ได้ตระหนักถึงบทบาทในฐานะของภาคเอกชนที่เป็นผู้ได้รับประโยชน์ จากการพัฒนาของภาครัฐ จึงได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินโครงการของภาครัฐใน การจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น อาทิ

- โครงการก่อสร้างท่าเรือปากบารา
- โครงการก่อสร้างท่าเรือระนองระยะที่ 2
- โครงการก่อสร้างท่าเรือภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
- โครงการพัฒนาท่าเรือขนส่งสินค้าลำน้ำ
- โครงการพัฒนาระบบการขนส่งสินค้าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
- โครงการพัฒนาระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ
- โครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ และระบบการจัดการสินค้าภายในสนามบิน เป็นต้น

ซึ่งจากการที่สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เกิดจากการรวมตัวกันทั้งจากกลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และกลุ่มผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นภาคการผลิต อันเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการกำหนดนโยบายทั้งด้านการศึกษา และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งต่างๆ ทำให้การเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อคิดเห็นต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของ ประเทศของสมาพันธ์ในแต่ละครั้ง สามารถให้ข้อมูลของสภาพแวดล้อมและปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งที่ปรึกษาโครงการ หรือผู้กำหนดแผนงานของหน่วยงานนั้นๆ อาจไม่ทราบ ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนแนวทางของโครงการหรือวิธีการดำเนินงานในรายละเอียด ให้สอดคล้องกับความต้องการที่เกิดขึ้น และไม่เกิดการลงทุนสูญเปล่า

การดำเนินงานด้านการพัฒนากฎระเบียบ
กิจกรรมด้านการพัฒนากฎระเบียบด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อจัดทำข้อ เสนอด้านการพัฒนากฎระเบียบเกี่ยวกับโลจิสติกส์ ร่วมกับคณะอนุกรรมการปรับปรุงเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ โดยได้รวบรวมประเด็นปัญหาในการดำเนินงานของภาคเอกชน และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อพิจารณา โดยมีประเด็นนำเสนอที่สำคัญประกอบไปด้วย

1. การเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาการขนส่งในระบบคอนเทนเนอร์ เพื่อแก้ไขปัญหาระบบการขนส่งสินค้าในระบบคอนเทนเนอร์ทั้งการขนส่งสินค้าขา เข้าและการขนส่งสินค้าขาออก โดยได้รวบรวมประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งในส่วนที่สามารถดำเนิน การได้ในทันที และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการนำเสนอร่างกฎหมายต่อ สภานิติบัญญัติ

ตัวอย่างของประเด็นปัญหาสำคัญที่นำเสนอต่อคณะ อนุกรรมการได้แก่ ปัญหาการควบคุมการขนส่งสินค้าอันตราย ซึ่งควรมีการควบคุมเส้นทางการเดินรถให้อยู่ในบริเวณที่ไกลจากเขตชุมชน และควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเส้นทางที่กำหนด ปัญหาเรื่องน้ำหนักของเครื่องทำความเย็นให้กับตู้คอนเทนเนอร์ Generator Set ซึ่งควรมีการกำหนดแนวทางการพิจารณาที่ชัดเจน ปัญหาเรื่องเวลาห้ามเดินรถซึ่งมีความแตกต่างและไม่ชัดเจน ทำให้เกิดเวลาในการรอคอยและไม่สามารถขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ไปยังท่าเรือได้ทัน ภายใน 24 ชั่วโมงและเกิดการตกเรือในที่สุด ซึ่งควรมีการพิจารณาเส้นทางในการเดินรถบรรทุกให้เหมาะสมกับความเป็นจริงของ อุตสาหกรรม เป็นต้น

สำหรับกฎหมายที่เสนอให้มีการแก้ไขประกอบไปด้วย พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย 2456, พรบ. วัตถุอันตราย 2535, พรบ. ศุลกากร 2469, พรบ. ส่งเสริมพาณิชยนาวี 2521, ปว. 58 (ควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน)ข้อ3(9), ปว. 68 (ควบคุมการจอดเรือในแม่น้ำลำคลอง), พรบ. การรับขนสินค้าทางทะเล 2534, พรบ. ภาษีโรงเรือน, พรบ. โรงงาน 2534, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, พรบ. ยาเสพติด 2522, พรบ. จราจร 2524, พรบ. ทางหลวง 2535, พรบ. การทางพิเศษ, พรบ. จราจรทางบก 2522 และประมวลรัษฎากร โดยการนำเสนอได้มีการระบุมาตราและแนวทางในการแก้ไข ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปดำเนินการต่อได้ในทันที

2. การเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาการขนส่งทางบก ซึ่งผู้แทนสมาพันธ์ได้นำเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขของแนวความคิดกรอบการกำกับดูแลการขนส่งทางถนน ดังต่อไปนี้

ก. ปัญหาด้านองค์กรกำกับดูแล ซึ่งคณะกรรมการโดยส่วนใหญ่เป็นผู้แทนที่มาจากหน่วยงานภาครัฐและไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งมีแนวทางแก้ไขประกอบด้วย

- คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นควรมีจำนวนที่เหมาะสมและประกอบด้วยหน่วยงานที่มี ความเกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น แต่ควรมีผู้แทนภาคเอกชนอยู่ในคณะกรรมการ ทั้งจากผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้บริการ
- อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควรมุ่งเน้นการกำหนดนโยบายและมาตรการเฉพาะในส่วนของการขนส่งทางถนน

ข. ปัญหาด้านการแบ่งประเภทของการประกอบการ เนื่อง จากความซับซ้อนของการประกอบธุรกิจการขนส่งในปัจจุบันทั้งด้านการขนส่งผู้ โดยสารและการขนส่งสินค้า ซึ่งมีลักษณะการประกอบการที่แตกต่างกัน ส่งผลให้การกำหนดนโยบายสำหรับการขนส่งแต่ละประเภทจำเป็นต้องมีการระบุเฉพาะ เจาะจงเพื่อให้สามารถกำหนดนโยบายให้เหมาะสมซึ่งเห็นว่าควรแบ่งประเภทของการ ประกอบการขนส่งทางถนนเป็น

- การประกอบการขนส่งผู้โดยสารประจำทาง
- การประกอบการขนส่งผู้โดยสารไม่ประจำทาง
- การประกอบการขนส่งผู้โดยสารรถแท็กซี่
- การประกอบการขนส่งสินค้าส่วนบุคคล
- การประกอบการขนส่งสินค้าทั่วไป
- การประกอบการขนส่งสินค้าอันตราย

ค. ปัญหาด้านการเข้าสู่ตลาด เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ให้บริการขนส่งสินค้าที่ไม่มีความสามารถในการ บริหารจัดการอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดปัญหาจากการขนส่งทั้งคุณภาพของพนักงานขับรถ ความสามารถในการชดใช้ค่าเสียหายให้กับเจ้าของสินค้า และประสิทธิภาพในการให้บริการ อันมีสาเหตุมาจากการไม่มีหลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้มีการจดทะเบียนเป็นผู้ ประกอบการที่ดีเพียงพอ ซึ่งได้เสนอแนวทางแก้ไขคือ

- ต้องแสดงฐานะทางการเงินและแผนธุรกิจ
- ต้องมีประกันภัยด้วยจำนวนเงินที่เหมาะสม
- ต้องมีประวัติการประกอบการที่ดี
- ต้องแสดงให้เห็นว่ามีทักษะและความชำนาญในการประกอบการ
- ต้องแสดงให้เห็นว่ามีที่จอดเก็บ และอู่ซ่อมและบำรุงรักษา
- ต้องนำส่งรายงานทางการเงินประจำปีในรูปแบบที่กำหนด
- ต้องนำส่งรายงานผลการดำเนินงานประจำปี

ง. ปัญหาด้านการกำกับดูแลด้านบริการ ปัจจุบัน กรอบการกำกับดูแลของไทยยังไม่มีระบบกำกับดูแลคุณภาพการให้บริการอย่างมี ประสิทธิภาพ โดยมีการกำหนดเพียงมาตรฐานการให้บริการไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น ในขณะที่กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วได้มีแนวทางในการกำกับดูแลคุณภาพการให้ บริการไว้ชัดเจนและสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกฎเกณฑ์การเข้าสู่กิจการขนส่งทางถนน ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมการขนส่งของไทยเกิดการตัดราคาเพื่อรักษากลุ่มลูกค้าของ ผู้ให้บริการรายใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่การถอนตัวออกจากตลาดของรายย่อย และเกิดลักษณะของตลาดผูกขาดในท้ายที่สุด ซึ่งได้เสนอแนวทางแก้ไขประกอบไปด้วย

- กำหนดค่าบริการขั้นต่ำในกรณีที่เชื่อได้ว่ามีการแข่งขันด้านราคาที่ไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น
- กำหนดข้อห้ามมิให้ผู้ประกอบการขนส่งกระทำการที่ขัดต่อประโยชน์สาธารณะ

จ. ปัญหาด้านการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย เนื่องจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่มีเป็นจำนวนมาก และความเสียหายที่เกิดจากรถขนส่งสินค้ามักมีมูลค่าสูง และมักส่งผลต่อผู้ใช้เส้นทางทั่วไปอย่างรุนแรง อันอาจมีสาเหตุมาจากความละเลยในการกำกับดูแลยานพาหนะ และคุณภาพของพนักงานขับรถ จึงเห็นว่าควรกำหนดแนวทางแก้ไขคือ

- เพิ่มเงื่อนไขการออกใบอนุญาตขับขี่ให้กับพนักงานขับรถ
- จัดตั้งให้มีพนักงานตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งมีอำนาจในการสุ่มตรวจยวดยานในสถานประกอบการ เพื่อติดตามและประเมินการปฏิบัติตามระเบียบของการขนส่ง

ฉ. ปัญหาด้านการกำหนดความรับผิดชอบของผู้ประกอบการสืบเนื่องจาก ปัญหา ในการรับผิดชอบความเสียหายต่อสินค้าระหว่างการขนส่ง ปัญหาของการขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย และความรับผิดต่อบุคคลที่ 3 ซึ่งมักเกิดการถกเถียงกันระหว่างผู้ขนส่งและเจ้าของสินค้า หรือผู้รับขนส่งสินค้า โดยมักเกิดการปฏิเสธความรับผิดชอบ ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้สูญเสีย หรือบุคคลที่ 3 ในมีแนวทางแก้ไขคือการสร้างกรอบกฎหมายด้านเอกชน เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการและสร้างความชัดเจนในความสัมพันธ์ระหว่างผู้ ประกอบการขนส่ง ผู้ส่งของ และผู้รับใบตราส่ง

ช. ปัญหาด้านการกำกับดูแลสถานีขนส่ง เนื่องจากกฎหมายในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมปฏิบัติในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกรณีของศูนย์กระจายสินค้ากับสถานีขนส่งสินค้าซึ่งมีความใกล้เคียง กันในแง่ของกฎหมาย ทำให้ภาคเอกชนเกิดปัญหาจากความไม่ชัดเจนในการกำกับดูแลของภาครัฐ จึงได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขประกอบไปด้วย

- แบ่งประเภทของสถานีออกเป็น
1. สถานีขนส่งผู้โดยสารส่วนบุคคล
2. สถานีขนส่งผู้โดยสารสาธารณะ
3. สถานีขนส่งสินค้าส่วนบุคคล
4. สถานีขนส่งสินค้าสาธารณะ

- กำกับดูแลเพื่อมิให้เกิดการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม

ซ. ปัญหาด้านการบังคับใช้กฎหมาย เกิดจากขีดความสามารถของภาครัฐ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้อธิบดีหรือนายทะเบียนมีอำนาจควบคุมดูแลบรรดากิจการ ที่เกี่ยวกับการขนส่ง ซึ่งแม้ว่าอธิบดีจะมีอำนาจมอบหมายให้ผู้ตรวจการหรือพนักงานตรวจสภาพทำการแทน ได้ แต่ในทางปฏิบัติพบว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากผู้ประกอบการมีจำนวนมาก ซึ่งมีแนวทางแก้ไขประกอบด้วย

- ให้ผู้แทนของผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลการขนส่ง
- นำหลักการของห่วงโซ่ของความรับผิดมาใช้พัฒนาช่องทางให้ผู้ใช้บริการและประชาชนสามารถร้องเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นได้

3. การเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาพิธีการศุลกากร ผู้แทนสมาพันธ์ได้นำเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางในการแก้ไข ซึ่งมีประเด็นที่สำคัญสรุปได้ดังต่อไปนี้

ก. โครงสร้างพิกัดศุลกากรที่ยุ่งยาก ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจส่วนบุคคลมากเกินไป ทำให้ไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน และทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และจะเป็นช่องทางให้เกิดการเรียกร้องเงินนอกระบบซึ่งได้นำเสนอแนวทางแก้ไข ประกอบไปด้วย

- ควรให้ทำใบขนสินค้าก่อนมีการประเมิน
- ควรผลักดันให้มีการประเมินราคาตาม GATT Valuation ของ WTO อย่างจริงจังเร่งด่วน เพื่อให้การประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน
- ควรงดเว้นภาษีนำเข้าสินค้าตัวอย่าง หรือสินค้าที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย
- ควรพิจารณากำหนดระเบียบปฏิบัติ และให้คำนิยามของสินค้าตัวอย่างให้ครอบคลุมถึงกรณีของสินค้าตัวอย่างที่ต้อง ตรวจวิเคราะห์และไม่สามารถส่งคืนในสภาพเดิมได้

ข. การจัดทำมาตรฐานสากลในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากร อาทิช่วงเวลาในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ระบบการทำงาน การตรวจสอบย้อนหลัง และระบบเอกสารในการดำเนินพิธีการ เป็นต้น โดยได้นำเสนอแนวทางแก้ไขประกอบไปด้วย

- เปลี่ยนระบบการทำงานให้เป็นกะ และให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
- แก้ไขกฎหมายมาตรา 118 ให้การปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน
- สินค้า FCL ควรใช้เบอร์ตู้แทน Shipping Mark 
- การจัดทำ Post Review ควรอยู่ในช่วงเวลา 3 เดือน
- ควรเร่งเคลียร์สินค้าออกจากท่าเรือให้เร็วเพื่อลดภาระพื้นที่หน้าท่าและคลังสินค้า หรือชำระค่าฝากสินค้าให้กับท่าเรือ
- ควรลดเอกสารที่ใช้ในการ Transshipment โดยการใช้ Single Document
- พัฒนารูปแบบรองรับการใช้เอกสารชุดเดียวกันสำหรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ และพัฒนาระบบ Paperless เพื่อสนับสนุน
- เร่งรัดให้มีการใช้ระบบ EDI ที่สมบูรณ์มากขึ้น และจัดทำกฎหมายรองรับธุรกรรมที่ผ่านระบบดังกล่าว
- เปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายบางรายการให้เข้าระบบอย่างถูกกฎหมาย

ค. การบูรณาการพิธีการศุลกากรไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อส่งเสริมความสะดวกรวดเร็วในการค้าชายแดน เนื่องจากปัจจุบันการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศก่อนการส่งออกจะต้องมีการตรวจ สอบสินค้า ณ ประเทศต้นทาง โดยต้องดำเนินพิธีการศุลกากร เพื่อตรวจสอบสินค้า ณ ประเทศต้นทาง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า และเมื่อสินค้าไปถึงยังประเทศปลายทางจะ ต้องมีการผ่านพิธีการศุลกากรอีกครั้ง ซึ่งการผ่านพิธีการศุลกากรทั้งในประเทศผู้ส่งออก และประเทศผู้นำเข้านั้น ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อน และทำให้เกิดความไม่สะดวกในการส่งออก และทำให้เสียเวลา โดยได้นำเสนอแนวทางแก้ไขประกอบไปด้วย

- การดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรเพื่อการขนส่งสินค้าผ่านแดนให้ดำเนินการเพียงครั้งเดียว ณ ประเทศต้นทาง หรือตรวจสอบร่วมกัน
- กำหนดมาตรฐานในการตรวจสอบสินค้าให้เหมือนกัน

4. การเสนอแนะแนวทางยกระดับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผู้แทนสมาพันธ์ได้นำเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางการพัฒนาผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทย ดังต่อไป

ก. ปัญหาและอุปสรรคด้านกฎหมายภาษีอากร โดย การดำเนินงานในปัจจุบันสมาพันธ์พบว่าผู้ให้บริการโลจิสติกส์มีสภาพปัญหา เกี่ยวกับหลักการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และข้อเสนอแนะสำหรับการแก้ไข โดยมีประเด็นต่างๆ ดังนี้

- ควรให้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เกี่ยวกับการส่งออกเสียภาษีอัตรา 0 % เช่นเดียวกับผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศอาทิ สายเรือ เป็นต้น
- ปัจจุบันผู้ให้บริการขนส่งไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ควรพิจารณา ให้สามารถเลือกเข้าระบบได้โดยมีฐานภาษีเป็น 0 % เพื่อลดปัญหาการขอคืนภาษีล่าช้า
- ปัจจุบันผู้ให้บริการโลจิสติกส์ด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับการขนส่ง เช่น การรับจัดการคลังสินค้า, การรวบรวมสินค้า เป็นต้น ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% จึงควรปรับให้เท่ากับอัตราของภาษีซึ่งผู้ให้บริการการขนส่งสินค้าต้องจ่าย

ข. มาตรการทางภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ของไทย

- เพื่อสนับสนุนการขยายเครือข่ายการให้บริการของผู้ให้บริการโลจิสติกส็ไทย ขอให้พิจารณามาตรการทางภาษี โดยหักค่าใช้การดำเนินการเพื่อเครือข่ายหรือจัดตั้งสาขาในต่างประเทศได้เป็น จำนวน 2 เท่าของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการขยายการการลงทุนไปต่างประเทศ
- ขอให้พิจารณายกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงานในกรณีต้องเดินทางไปทำ งานในสาขาต่างประเทศเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ ประกอบการ
- ขอให้พิจารณายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ที่รัฐสามารถจะให้ได้ ภายใต้กรอบของคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งผู้ที่ร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสร้างเครือข่ายให้ผู้ประกอบการไทย

ค. ปัญหาการไม่มีสถานภาพทางศุลกากรของผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เนื่อง จากผู้รับจัดการขนส่งสินค้าเป็นผู้ให้บริการที่เกิดขึ้นภายหลัง พรบ.ศุลกากร ทำให้ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิ และหน้าที่ของผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทำให้เกิดปัญหาคือ

- ผู้รับจัดการขนส่งไม่มีสถานภาพทางศุลกากร ไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเองได้ต้องดำเนินการผ่านตัวแทน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจและเกิดความล่าช้าในกระบวนการ
- ไม่มีกฎหมายที่บัญญัติความรับผิดในกรณีที่สินค้าเสียหายกรณีที่มีปัญหาจะ ต้องใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการรับขนของและกฎหมายว่าด้วยการรับขนของ ทางทะเล มาอนุโลมใช้

แนวทางแก้ไขคือ ขอให้มีการพิจารณาสถานภาพของผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการกำกับดูแล รวมถึงความรับผิดในกรณีเกิดความเสียหายจากการขนส่ง

 

การดำเนินงานด้าน Capacity Building

สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทยตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถในการบริหาร จัดการโลจิสติกส์ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จึงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์ผ่านการ ดำเนินงาน ทั้งในรูปแบบของโครงการและการจัดประชุมเพื่อกำหนดแนวทางและสร้างความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันทำให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญและเกิดความตื่นตัวในการดำเนินกิจกรรม ด้านโลจิสติกส์มากขึ้น

ผลงานด้าน Capacity Building ที่สำคัญได้แก่

1. เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้าน Capacity Building โดยเป็นการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมส่งเสริมการส่งออก, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน,กรมการขนส่งทางบก สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นต้น โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาตัวเลขปริมาณความต้องการบุคลากรด้านโลจิสติกส์ เพื่อเป็นฐานในการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาโครงการให้เพียงพอต่อความต้องการของ ตลาด โดยพบว่ามีความต้องการบุคลากรรวม 1,740,000 คน ในขณะที่ความสามารถในการผลิตและยกระดับบุคลากรของหน่วยงานทีเกี่ยวข้องมี เพียง 351,270 คน และความสามารถในการสร้าง Trainer 1,370 คน

ที่ประชุมได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และได้มีการเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการดังต่อไปนี้
- เพื่อให้มีความชัดเจนในการทำงานและเป็นการสร้างแรงจูงใจในการศึกษาด้านโลจิ สติกส์ ที่ประชุมเห็นว่าควรมีการสร้างรูปแบบสายงานอาชีพ (Career Path) ด้านโลจิสติกส์ เพื่อให้มีผู้สนใจศึกษาต่อในด้านโลจิสติกส์เพิ่มสูงขึ้น  
- การจัดหลักสูตรการเรียนการสอนและการพัฒนายกระดับของบุคลากรจำเป็นต้องมี มาตรฐานที่ชัดเจน จึงเห็นว่าควรมีการจัดทำ Vocational Qualification (VQ) และมาตรฐานฝีมือแรงงาน อันจะทำให้ภาคเอกชนและบุคลากรในระดับต่างๆ มีการยกระดับความสามารถของตนเองให้สูงขึ้นสอดคล้องกับภาระหน้าที่และความ ก้าวหน้าในอาชีพ
- ความรู้ด้านโลจิสติกส์เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่างองค์ความรู้และประสบการณ์ จริงในภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนให้อาจารย์ระดับมหาวิทยาลัยมีการศึกษาวิจัยเชิงธุรกิจมากขึ้นและให้ มีเวทีในการนำเสนอผลงานวิจัยต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาความพร้อมของอุปกรณ์การเรียนการสอนของสถานศึกษา ให้สามารถถ่ายทอดความรู้ให้เห็นภาพของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน
- จำนวนของบุคลากรทางการศึกษาโดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทยในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอในการสร้างและยกระดับบุคลากรที่มีอยู่ จึงเห็นว่าควรมีการยกระดับและให้สิทธิประโยชน์กับอาจารย์ เพื่อให้มีอาจารย์ที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการศึกษามากขึ้น และควรมีการประเมินประสิทธิภาพของอาจารย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ
- สืบเนื่องจากความต้องการบุคลากรที่มีเป็นจำนวนมากในขณะที่ขีดความสามารถของ หน่วยงานราชการยังคงมีอยู่จำกัดในปัจจุบัน จึงควรสนับสนุนให้ภาคเอกชนจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม และศูนย์ทดสอบมาตรฐานในด้านต่างๆ โดยภาครัฐเป็นผู้กำหนดมาตรฐานที่จำเป็นเพื่อการกำกับดูแล

นอกจากนี้ผล จากการจัดประชุมได้ก่อให้เกิดความตื่นตัวในการจัดทำแผนการดำเนินโครงการ สำหรับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนและการฝึกอบรม ตลอดจนความร่วมมือกันของหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งเห็นได้จากการเพิ่มปริมาณการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบันการ ศึกษาทั้งในระดับอาชีวะศึกษา และอุดมศึกษา ดังต่อไปนี้

ระดับการศึกษา

จำนวนสถาบันการศึกษา 
ที่มีหลักสูตรด้านโลจิสติกส์

ความสามารถในการผลิตบุคลากร
ด้านโลจิสติกส์ในปัจจุบัน (คน)

อาชีวะศึกษา

27

494

อุดมศึกษา

16

1,488

รวม

43

1,982

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา / ที่ประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยด้านโลจิสติกส์
โดย ในระดับอาชีวะศึกษามีสถานศึกษานำร่องด้านโลจิสติกส์ทั้งสิ้น 27 แห่ง และมีจำนวนนักศึกษาในปี 2549 ทั้งสิ้น 494 คน สำหรับสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่มีหลักสูตรด้านโลจิสติกส์ (ทั้งในส่วนของสาขาโลจิสติกส์และกลุ่มวิชาเอกด้านโลจิสติกส์) ทั้งสิ้น แห่ง และมีความสามารถในการผลิตบุคลากรได้ประมาณ 1,488 คนต่อปี
นอกจากนี้ การจัดประชุมดังกล่าวยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เกี่ยวข้อง และนำมาซึ่งการเพิ่มความร่วมมือในการจัดอบรมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาต่างๆ มากยิ่งขึ้น

2. การดำเนินโครงการภายใต้ Trade Capacity Building ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการไทยทั้งภาคการผลิตและ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ให้มีความพร้อมในการแข่งขันสำหรับการเปิดเสรีทางการ ค้าจากการเจรจา FTA กับประเทศคู่ค้าที่สำคัญอย่างเช่น สหรัฐ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งได้มีการประสานงานและจัดทำโครงการทั้งสิ้น 4 โครงการคือ

- โครงการจัดงาน Thai-U.S. Logistics Fair and Symposium 2006 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2549 ณ ฮอล์ 3 ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี

Sample ImageSample Image

ภาย ในงานThai-U.S. Logistics Fair and Symposium 2006 ประกอบไปด้วยกิจกรรม 2ส่วนคือการจัดนิทรรศการของผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ทั้งภาคอุตสาหกรรมและ ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานด้านการศึกษา และกิจกรรมในส่วนที่สองคือการจัดสัมมนาเชิงวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญทั้งจาก ภาครัฐและเอกชนของไทย และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ซึ่งผลการจัดงานดังกล่าวทำให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้รับทราบข้อมูล เทคโนโลยีโลจิสติกส์ในปัจจุบันที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ มีการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้และเกิดความร่วมมือในทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น ตลอดจนได้รับความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ สำหรับนำกลับไปใช้ภายในองค์กรของตน จากการเข้ารับฟังสัมมนา ซึ่งมีหัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ อาทิ

- Logistics: A new Frontier for Thailand competitiveness
- Thailand Logistics Master Plan
- Suvarnabhumi – Facilitating Thailand’s Competitiveness
- Thailand e-Logistics
- Outlook for Enabling Technology in Supply Chain Management
- Global Supply Chain Management: A U.S. Government Perspective
- Logistics Workforce Development
- Global Supply Chain Security Issues
- Challenges for Transforming Thailand into ASEAN Trading Hub
- Logistics Challenges in Sourcing Products from Asia
- A Practical Review of China’s Logistics Business to U.S.
- Creating Competitive Edge with Supply Chain Management-Strategy for companies in Thailand
- Improving IBM Supply Chain Efficiencies: A Case Study
- Sustaining Thailand’s Competitiveness from Global Sourcing

- โครงการ Logistics Standard Systems เป็นโครงการที่มีเป้าหมายในการสร้างแนวทางในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของผู้ ประกอบการ โดยการ Benchmarking ประสิทธิภาพของผู้ให้บริการไทยกับต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ให้บริการไทยทราบระดับความสามารถในการแข่งขันของตนเองกับ อุตสาหกรรม และสามารถพัฒนายกระดับประสิทธิภาพได้อย่างถูกต้อง ผ่านการพัฒนาเครื่องมือบ่งชี้การบริหารจัดการที่ดีด้านโลจิสติกส์ สำหรับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทย ตลอดจนเสนอแนวทางสู่การปฏิบัติที่ดีในบริการด้านโลจิสติกส์ จากงานศึกษาทาง วิชาการทั้งในและต่างประเทศ และกรณีศึกษาจริงจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์

ผล ที่ได้รับจากโครงการคือ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์สามารถนำเครื่องมือที่ได้จากโครงการไปประเมินศักยภาพ การปฏิบัติงาน และสามารถบ่งบอกถึงสิ่งที่จำเป็นจะต้องปรับปรุงการให้บริการของตนเองตาม ลำดับความสำคัญ
ในขณะที่ผู้ใช้บริการโลจิสติกส์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการว่าจ้างผู้ให้บริการโลจิสติกส์จากภายนอก (Outsourcing) ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับกิจกรรม เช่น มีแนวทางในการคัดเลือก ตลอดจนการควบคุมและประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ เป็นต้น

- โครงการ Logistics Curriculums เป็นโครงการที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้าน โลจิสติกส์ในสถาบันการศึกษาที่ยังไม่มีหลักสูตรในด้านนี้ โดยหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมีเป้าหมายให้ถูกใช้เป็นแนวทางหรือต้นแบบในการเรียน การสอนของสถาบันการศึกษาทั้งในระดับอาชีวะศึกษาและอุดมศึกษา

ผล สัมฤทธิ์ของโครงการส่งทำให้สถาบันการศึกษาในระดับต่างๆ ของประเทศไทยมีหลักสูตรโลจิสติกส์ที่มีมาตรฐาน เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ มีการปรับปรุงและพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่องและสม่ำ เสมอ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรด้านโลจิสติกส์ของไทย และมีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรการศึกษาด้านโลจิสติกส์ของไทยและ สหรัฐฯ เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน

- โครงการ Logistics Awareness เกิดจากสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยเล็งเห็นว่าปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยมีความรู้ความเข้าใจที่ แตกต่างและคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องโลจิสติกส์ โดยส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าโลจิสติกส์เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ ในขณะที่ความเป็นจริง การขนส่งเป็นเพียงหนึ่งในกิจกรรมที่ประกอบกันขึ้นเป็นระบบโลจิสติกส์ซึ่ง เป็นเรื่องของการบริหารจัดการให้สินค้าส่งถึงผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ในสภาพที่สมบูรณ์และมีต้นทุนต่ำที่สุด ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับบุคคลตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ โรงงานแปรรูป ผู้ค้าส่ง/ปลีก จนถึงผู้บริโภค และยังเกี่ยวพันกับกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การบริหารสินค้าคงคลัง การสั่งซื้อ การบริหารข้อมูล ตลอดจนธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น

การดำเนินโครงการประกอบไปด้วยการ ศึกษา วิเคราะห์ และจัดหมวดหมู่องค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์ ประมวล และเรียบเรียงองค์ความรู้ที่ได้รับจากหน่วยงานไทยและสหรัฐฯ ให้อยู่ในรูปของสื่อต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย และจัดทำสื่อเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทั้งในลักษณะสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (internet ฯลฯ) เพื่อเผยแพร่และจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ทั้งในไทยและสหรัฐฯ โดย การสัมมนาสัญจรในสถาบันการศึกษา การสัมมนาสัญจรในนิคมอุตสาหกรรม และจังหวัดที่มีกิจกรรมโลจิสติกส์ การประชาสัมพันธ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา การประชาสัมพันธ์ความรู้และข้อมูลโลจิสติกส์ผ่านสื่อทางวิทยุ การประชาสัมพันธ์ความรู้และข้อมูลโลจิสติกส์ผ่านสื่อ การประชาสัมพันธ์ความ รู้และข้อมูลโลจิสติกส์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ รวมถึงการจัดทำเว็บไซต์เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลเกี่ยวกับโลจิสติกส์ของ ประเทศ โดยจะรวบรวมข้อมูล/องค์ความรู้ที่สำคัญต่างๆ อาทิ แนวทางการพัฒนา นวัตกรรม และการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงจะเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ จะจัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศด้วย
ผลสัมฤทธิ์ที่มีความ สำคัญอีกประการหนึ่งคือการสร้างโอกาสการเพิ่มจำนวนผู้เข้าศึกษาต่อในหลัก สูตรด้านโลจิสติกส์ ทั้งในระดับอุดมศึกษาและระดับอาชีวะศึกษา เนื่องจากการสัมมนาที่จัดขึ้นภายในโครงการ มีการเชิญอาจารย์ส่วนแนะแนวของสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ประมาณ 250 คน เข้าร่วมรับทราบข้อมูลของอุตสาหกรรม โอกาส และความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพในสายงานด้านโลจิสติกส์ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดต่อนักเรียนภายในสถาบันของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนเหล่านั้นมีการพิจารณาศึกษาต่อด้านโลจิสติกส์มากยิ่ง ขึ้น อันจะทำให้มีบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทางด้านโลจิสติกส์เข้าสู่ภาค อุตสาหกรรมในอนาคต

3. สนับสนุนวิทยากรบรรยายให้ความรู้กับภาคเอกชน ภาครัฐและสถาบันการศึกษา โดยกรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการยกระดับให้ความ รู้และการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา โลจิสติกส์ของประเทศ อาทิ

- งานสัมมนาวิชาการด้านโลจิสติกส์โดยภาครัฐและเอกชน
- การบรรยายให้ความรู้สำหรับการฝึกอบรมของสถาบันการศึกษา และการฝึกอบรมแบบ In-house Training
- โครงการพัฒนาและยกระดับบุคลากรครูด้านโลจิสติกส์ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นต้น

Sample ImageSample Image

4. เข้าร่วมในกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ การเข้าร่วมจัดนิทรรศการในงาน Thailand Logistics Fair 2005-2006 ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ และการเข้าร่วมจัดนิทรรศการในงาน “อา2006” ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น

Sample ImageSample Image

การ เข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทำให้สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และการตระหนักถึงบทบาทของสมาพันธ์ในฐานะที่เป็นตัวแทนของภาคเอกชนในการพัฒนา ระบบโลจิสติกส์ของประเทศก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานมากขึ้นตามไป ด้วย

5. เข้าร่วมประชุมให้ข้อคิดเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะต่อแนวทาง ในการดำเนินงานด้านการสร้างและการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภาคการศึกษา อาทิ การเข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางการจัดทำแผนการผลิตกำลังคนของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.), การเข้าร่วมสัมมนาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งอาทิ ท่าเรือ และการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ เป็นต้น

Sample Image

6. สนับสนุนและให้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรด้านโลจิสติกส์แก่สถาบันการศึกษา อาทิเช่น ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศรีปทุมในการพัฒนาหลักสูตรโลจิสติกส์ และให้ข้อคิดเห็นต่อการสร้างหลักสูตรด้านโลจิสติกส์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นต้น

สืบเนื่องจากการดำเนินงานของสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ต้องการให้เกิดการพัฒนาระบบการศึกษาด้านโลจิสติกส์ของประเทศอย่างถูกทางใน ระยะยาว จึงส่งเสริมให้สถาบันการศึกษามีการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับสภาพความ ต้องการของประเทศ สามารถผลิตบุคลากรที่มีความรู้ตรงตามความต้องการของภาคเอกชน มีความสามารถในสื่อสารและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เป็นต้น

กิจกรรมและการมีส่วนร่วมของสมาพันธ์กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาสามารถสรุปได้ตามลำดับเวลาดังต่อไปนี้

ปี 2550

พฤศจิกายน 2550 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ร่วมกับสถาบันฝึกอบรมการค้าระหว่างประเทศ ( กรมส่งเสริมการส่งออก ) กำหนดฝึกอบรมโครงการพัฒนาบุคลากรกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเตรียมความพร้อมไปปฏิบัติราชการประจำสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่าง ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้าราชการได้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติราชการในต่างประเทศ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับและมาตรฐานเดียวกัน โดยมี นายเกริกกล้า สนธิมาศ / น.ส.วัลภา สถิรชวาล / และกัปตันณรงค์ ทำประโยชน์ เป็นวิทยากรจากสมาพันธ์ฯ เป็นผู้บรรยายให้ความรู้ สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้เข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการพัฒนาการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบและการขนส่ง เชื่อมโยง

ตุลาคม 2550 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงคมนาคม ให้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อสนับสนุนการเตรียมการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูฐานะ การเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทย สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดงานส่งเสริมธุรกิจ Business & franchise in Thailand 2007 และ( BFIT 2007 )เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดตั้งเครือ ข่ายธุรกิจขนส่งสินค้า (บริษัท ไทยโลจิสติกส์ อัลลายแอนซ์ จำกัด ) สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้เข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบข้อมูลโลจิสติกส์ของประเทศ ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ(คบ ส.)

กันยายน 2550 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ร่วมกับสภาผู้ส่งสินค้าทางเรื่อแห่งประเทศ(สรท.) ออกบูทงาน Thailand international Logistics Fair 2007 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบทค บางนา สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่งตั้งจากจากสำนักงานคณะกรรมนโยบายรัฐวิสาหกิจ ให้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐแลภาคเอกชน ในการพิจารณาและทบทวนแนวทางการขอฟื้นฟูองค์การการรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) โดยมี นายเกริกกร้า สนธิมาศ / นายอนันตโชติ เชาวนโยธิน และนายสุรทิน ธัญญผลิน เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้เข้าร่วมประชุมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือถึงโครงการบูรณาการภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขยายโอกาสการค้า การลงทุนและโลจิสติกส์ในต่างประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ( GMS : Economic Corridor ) จีน ไทย ลาว เวียดนาม พม่า และกัมพูชา

สิงหาคม 2550 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้เข้าร่วมประชุมกับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อหารือถึงแนวทางความร่วมมือสามฝ่าย ไทย – ลาว – จีน ในการใช้ประโยชน์จากเส้นทาง R3E สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่ตั้งจากสำนักงานนบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ให้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการกำกับการศึกษา “ โครงการศึกษาวิเคราะห์ ปัจจัยและผลกระทบเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ( Model Shift ) อย่างเหมาะสมต่อการเดินทางสัญจรและการขนส่งทางถนนไปสู่การขนส่งระบบรางและ การขนส่ง ทางน้ำ” สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดทำสมรรถนะมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์ สาขาการจัดการคลังสินค้า สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ร่วมกับสำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา จัดอบรมโครงการ “การจัดการโลจิสติกส์สำหรับการค้าในประเทศและต่างประเทศ การจัดการต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อการส่งออก ” โดยมีวิทยากรจากสมาพันธ์ฯ เป็นผู้บรรยายให้ความรู้กับคณะครูอาจารย์ที่เข้ารับการอบรม อีกทั้งได้รับเกียรติจากทาง นายบุญยง พัวพงศธร ( ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส / ผู้บริหารฝ่ายวิเทศพาณิชย์ ) มาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ และเอื้อเฟื้อสถานที่ทางธนาคารกสิกรไทย ให้คณะครูอาจารย์ได้เข้าเยี่ยมชม

กรกฏาคม 2550 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้เข้าร่วมประชุมเตรียมการสำหรับการประชุมในกรอบความร่วมมือการอำนวยความ สะดวกด้านการค้า และธรุกิจอิเล็กทรอนิกส์ในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก Asia Pacific Council for Trade Facilitation and Electronic Business (AFACT) ครั้งที่ 25 ซึ่งเป็นความร่วมมือภายใต้กรอกแนวทางของ United Nations Center for Trade Facilitation and Electronic Business (UN / CEFACT) สมา พันธ์โลจิสติกส์ ได้เข้าร่วมประชุมกับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อหารือและเตรียมการสำหรับยื่นข้อเรียกร้องและข้อเสนอด้านบริการของไทย ต่ออินเดีย ( FTA ไทย – อินเดีย )

มิถุนายน 2550 สมา พันธ์โลจิสติกส์ ได้รับเชิญเป็นจากกรมส่งเสริมการส่งออกให้เป็นวิทยากรและเข้าร่วมประชุมเชิง ปฎิบัติการสร้างเครือข่ายภาคการให้บริการโลจิสติกส์ “ The enchancement of International Trade Logistics Development in Greater Mekong Sub region forum” เมื่อวันที่ 23 – 24 มิถุนายน สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่งตั้งจากการนิคมอุตสาหกรรม(กนอ.) ให้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการกำกับการศึกษา โครงการจัดทำแผนแม่บทการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อ รองรับผังประเทศ สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทยและคณะกรรมการ ได้เข้าร่วมสัมมนาและพบหารือทางธุรกิจ ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ครั้งที่ 3 ของเวทีความร่วมมือเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกา ( FEALAC )

พฤษภาคม 2550 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้เข้าร่วมประชุมกับสำนักประสานงานชุดโครงการวิจัยโลจิสติกส์เพื่อนำเสนอ โครงการจัดตั้งเศรษฐกิจพื้นฐานของการไหลเวียนสินค้า ของเส้นทางหลักระหว่างประเทศ ( ตะวันออก – ตะวันตก ) : กรณีศึกษากลุ่ม BIMTEC และตะวันออกกลาง สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร (สนข.) ให้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานร่วมภาครัฐและภาคเอกชน ทบวนผลกาศึกษาการพัฒนาการขนส่งชายฝั่งและลำน้ำ สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่งตั้งจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้เป็นคณะกรรมการกำกับดูแลการปฎิบัติงานของที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อวางผังอนุภาคกลุ่มจังหวัด มุกดาหาร นครพนม สกลนคร และกาฬสินธุ์สมุทรปราการ นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงคมนาคม ให้เป็นคณะกรรมการกำกับการศึกษาโครงการศึกษาและพัฒนาระบบ Transport Single Window e-Logistics โดยมี นายอนันตโชติ เชาวนโยธิน และ นายยงยศ พรตปกรณ์ เป็นคณะกรรมการ สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการการพัฒนาระบบการบริหารจัดการการขนส่งสินค้าและ บริการของประเทศ(คบส.) ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทย สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทยและคณะกรรมการ ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ด้านโลจิสติกส์ กับนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวสระบุรี เกี่ยวกับการบริหารจัดการขนส่งทางทะเล และการบริหารคลังสินค้า

เมษายน 2550 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักกรรมาธิการ (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ให้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายคอนเทนเนอร์ปัญหาด้านพิธีการศุลกากรและ ระเบียบราชการที่เป็นอุปสรรคต่อภาคเอกชน ในกระบวนการค้าระหว่างประเทศ กลุ่มอุตสาหกรรม ( อาหารและอาหารสำเร็จรูป / เฟอร์นิเจอร์ / ปูนซีเมนต์ / ไม้ / อัญมณี และเครื่องประดับ / อาหารแช่เยือกแข็ง / ข้าว / เครื่องเรือนไทย ) โดยมี นายเกริกกล้า สนธิมาศ และน.ส.วัลภา สถิรชวาล เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน

มีนาคม 2550 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การคลังสินค้า (กระทรวงพาณิชย์) ให้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานร่วมภาครัฐและภาคเอกชน ร่างแผนการปฎิบัติการโลจิสติกส์ทางการค้าของข้าว

กุมภาพันธ์ 2550 สมา พันธ์โลจิสติกส์ ได้รับเชิญจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้เข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการ เพื่อทำงานจัดทำแผนการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านโลจิสติกส์ และมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาบุคลากรในระดับอุดมศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับเชิญจากกระทรวงคมนาคม ให้เข้าร่วมประชุมเพื่อเสนอแผนปฎิบัติการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2550 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับเชิญจากสำนักโลจิสติกส์การค้า ให้เข้าร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต้นทุนโลจิสติกส์ ซึ่งประกอบด้วย 5 กลุ่มธุรกิจดังนี้

  • กลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (LSP)
  • กลุ่มการเงิน(ธนาคารและประกันภัย)
  • กลุ่มสินค้าเกษตร
  • กลุ่มสินค้าอาหาร
  • กลุ่มแฟชั่นและไลฟ์สไตล์

ปี 2549

26 ธันวาคม 2549 สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย โดย คุณวรทัศน์ ตันติมงคลสุข จัดการประชุมเพื่อนำเสนอรายงานสรุปผลโครงการ Logistics Standard System ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศ

20 พฤศจิกายน 2549 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย โดยสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาให้ความรู้แก่นักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Logistics Awareness ซึ่งได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการต่างประเทศ

18-19 พฤศจิกายน 2549 สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เข้าร่วมจัดนิทรรศการในงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2549 ของสมาคมผู้ประกอบการรถบรรทุกสินค้าภาคอีสาน และงานมหกรรมยายยนต์โลจิสติกส์ไทย 2006 ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

19 ตุลาคม 2549 สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย โดยมูลนิธิโลจิสติกส์และการขนส่ง (ประเทศไทย) ได้จัดประชุมวิพากษ์หลักสูตรมาตรฐานด้านโลจิสติกส์ ซึ่งได้จัดทำขึ้นตามโครงการ Logistics Curriculums ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศ

12-14 ตุลาคม 2549 สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย โดย คุณเกริกกล้า สนธิมาศ รองประธานสมาพันธ์ และประธานคณะกรรมการด้าน Public Relation and Communication ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงคมนาคม ร่วมจัดงาน Thai-U.S. Logistics Fair & Symposium 2006 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ภายใต้งบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศ

13-19 กันยายน 2549 คณะกรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย และคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เข้าร่วมเดินทางอบรมโครงการ “The Training Program on Logistics Policies for Thailand” ณ AOTS Tokyo Kenshu Center ประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับฟังบรรยายแนวทางการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศญี่ปุ่น แนวทางการดำเนินงานของ Japan Institute of Logistics System และเยี่ยมชมการประกอบการของภาคธุรกิจประเทศญี่ปุ่น

12-14 กันยายน 2549 สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย โดย ดร.กฤษฎ์ ฉันทจิรพร เข้าร่วมประชุมประจำปี Asian-Pacific Logistics Federation ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

7 สิงหาคม 2549 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย โดย ศ.ดร.ฐาปนา บุญหล้า ให้ข้อเสนอแนะการพัฒนากำลังคนในระดับอุดมศึกษา ต่อที่ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการวางแผนการจัดการศึกษาเพื่อผลิตกำลังคน ตามความต้องการของประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

13-15 กรกฎาคม 2549 สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ร่วมจัดนิทรรศการและกิจกรรมในงาน “Thailand Logistics Fair 2006” โดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

3 พฤษภาคม 2549 สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา ในการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์

19 พฤษภาคม 2549 รอง ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย โดยคุณเตชะ บุณยะชัย จัดแถลงข่าวความต้องการบุคลากรด้านโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญและเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถของ บุคลากรและระบบการศึกษาเพื่อรองรับความต้องการที่เกิดขึ้น

27-29 เมษายน 2549 กรรมการ สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ Asian-Pacific Logistics Federation (APLF) และได้นำคณะผู้แทนสมาชิกจากประเทศเกาหลีใต้ ทัศนศึกษาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย

4 เมษายน 2549 ที่ประชุมสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยมีมติให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะทำงาน 6 คณะ เป็นคณะกรรมการ 4 คณะคือ คณะกรรมการด้าน Capacity Building คณะกรรมการด้าน Infrastructure & FTA Issue คณะกรรมการด้าน Supply Chain Management & Trade Facilitation คณะกรรมการด้าน Public Relations Communication

28 กุมภาพันธ์ 2549 ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาโลจิสติกส์แห่งชาติ

28 กุมภาพันธ์ 2549 ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาโลจิสติกส์แห่งชาติ

24 กุมภาพันธ์ –3 มีนาคม 2549 คณะกรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย และคณะกรรมการจัดงาน Thai-U.S. Logistics Fair & Symposium 2006 ได้ร่วมเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อประสานงานโครงการภายใต้ Trade Capacity Building และศึกษาดูงานการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนและการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของภาคเอกชนสหรัฐ

22-26 กุมภาพันธ์ 2549 สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยและคณะกรรมการ เข้าร่วมจัดนิทรรศการและเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านโลจิสติกส์แก่ผู้สนใจทั่วไปภายในงาน “พลังอาชีวศึกษาสร้างชาติ: อา2006” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา

26 มกราคม, 3, 10 กุมภาพันธ์ 2549 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย โดยคุณเตชะ บุณยะชัย รองประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้าน Capacity Building โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 3 ก.พ. 49 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย โดย ผศ.ดร.สมพงษ์ ศิริโสภณศิลป์ รองประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อจัดทำข้อเสนอด้านการพัฒนากฎระเบียบเกี่ยวกับโล จิสติกส์ ต่อคณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของ ประเทศ ซึ่งมี ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร เป็นประธาน

19 มกราคม 2549 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม การทำวิจัย และการพัฒนาหลักสูตรด้านการศึกษาด้านโลจิสติกส์

9-13 มกราคม 2549 สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย โดยคุณเตชะ บุณยะชัย เข้าร่วมประชุม Trade Capacity Building ภายใต้การเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐ ณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำเสนอความคืบหน้าโครงการ Thai-U.S. Logistics Fair & Symposium 2006, Logistics Curriculum, Logistics Standard System และ Logistics Awareness

ปี 2548

22-23 พฤษจิกายน 2548 ประธาน สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เป็นผู้แทนฝ่ายไทย เข้าร่วมประชุม 2nd Singapore-Thailand Enhanced Economics Relationship (STEER II)ด้านความร่วมมือการพัฒนาระบบโลจิสติกส์

19 ตุลาคม 2548 กรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เข้าร่วมประชุมให้ข้อคิดเห็นการปรับปรุงแผนแม่บทโลจิสติกส์ของประเทศ

22 กันยายน 2548 กรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย โดยคุณเตชะ บุณยะชัย เข้าร่วมการประชุม Trade Capacity Building และนำเสนอแผนงานโครงการ Thai-U.S. Logistics Fair & Symposium 2006, Logistics Curriculum, Logistics Standard System และ Logistics Awareness ต่อภาครัฐและภาคเอกชนสหรัฐ ณ กรุงวอชิงตันดีซี

30 สิงหาคม 2548 คณะ กรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้จัดให้มีพิธีการลงนามในธรรมนูญจัดตั้งสมาพันธ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 30สิงหาคม 2548เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ขององค์กรสมาชิกก่อตั้ง ในการรวมตัวกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งภายในงานดังกล่าว ผู้แทนองค์กรสมาชิกก่อตั้งได้ร่วมลงนามในธรรมนูญโดยพร้อมเพรียงกัน

14-16 กรกฎาคม 2548 สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการ และสนับสนุนวิทยากรบรรยายให้ความรู้ด้านโลจิสติกส์แก่ผู้สนใจทั่วไป ในงาน “Thailand Logistics Fair 2005” จัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

5 กรกฎาคม 2548 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย ปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะทำงานให้มีความสอดคล้องกับแผนแม่บทโลจิสติกส์ของ ประเทศ โดยมีคณะทำงานและหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประธานคณะทำงานคือ คณะทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประธานคณะทำงานคือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คณะทำงานด้าน Information Technology ประธานคณะทำงานคือ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟแวร์ไทย คณะทำงานด้าน Capacity Building ประธานคณะทำงานคือ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย คณะทำงานด้าน Logistics Service Provider ประธานคณะทำงานคือ สมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์ คณะทำงานด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า ประธานคณะทำงานคือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คณะทำงานด้านกฎระเบียบ ประธานคณะทำงานคือ สมาคมไทยโลจิสติกส์และการผลิต

10 พฤษภาคม 2548 ที่ ประชุมการแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มอบหมายให้สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ในฐานะของหน่วยงานภาคเอกชน ทำหน้าที่ในการรวบรวมและนำเสนอข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไขปรับปรุงกฎ ระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกัปโลจิสติกส์ ในเรื่องการขนส่งคอนเทนเนอร์ กฎระเบียบด้านศุลกากร และข้อปัญหาอื่นๆ

พฤษภาคม 2548 สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย จัดทำข้อบังคับการบริหารเพื่อให้มีแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจนระหว่างองค์กรสมาชิก

เมษายน 2548 สมา พันธ์โลจิสติกส์ไทย นำเสนอแผนงานโครงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศจำนวน 38 โครงการ ตามยุทธศาสตร์ของแผนแม่บทฯ ต่อกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก

31 มีนาคม 2548 คณะ กรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ร่วมให้ข้อคิดเห็นต่อการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ปี 2547

15 ธ.ค. 47 ที่ ประชุมหารือความร่วมมือของภาคเอกชนในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ครั้งที่ 2/2547 ได้มีการลงนามในบันทึกความร่วมมือของภาคเอกชนในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของ ประเทศ และมีการจัดตั้งคณะทำงาน

24 พ.ย. 47 สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เป็นจ้าภาพจัดการประชุมหารือความร่วมมือของภาคเอกชนในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ครั้งที่ 1/2547

พ.ย. 47 หน่วยงานภาคเอกชนมีมติให้มีการจัดตั้งองค์กรภาคเอกชนเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบงานด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

17 มี.ค. 48 คณะ กรรมการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ร่วมกับปลัดกระทรวงคมนาคม และ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดงานแถลงข่าวการจัดตั้งสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย

4, 8 มี.ค. 48 สภา ผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำพันธกิจ วิสัยทัศน์ ภารกิจ แผนที่ยุทธศาสตร์ และตัวชี้วัดของยุทธศาสตร์ของสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย โดยคุณเตชะ บุณยะชัย เป็นวิทยากรในการจัดทำแผนกลยุทธ์โดยใช้ Balance Scorecard

16 ก.พ. 48 ที่ประชุมหารือความร่วมมือของภาคเอกชนในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ครั้งที่ 2/2548 มีมติให้เปลี่ยนชื่อของความร่วมมือที่เกิดขึ้นว่า “สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย” หรือ “Thai Federation on Logistics”

 

เริ่มก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของโลจิสติกส์ต่อการพัฒนาศักยภาพของประเทศ และมีเจตนารมย์ที่ต้องการยกระดับคุณภาพโลจิสติกส์ทั้งระบบให้มีความทัดเทียม และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ จึงได้รวมกลุ่มจัดตั้งในชื่อ "สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย" ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานโดย สมาคมไทยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มีคุณเกริกกล้า สนธิมาศ ดำรงตำแหน่งประธานสมาพันธ์ฯ ต่อมาในเดือนธันวาคม 2546 คณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (กพข.) ซึ่งมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้มีมติให้จัดตั้งคณะทำงาน (Task Force) จำนวน 4 คณะเพื่อรับผิดชอบงานด้านโลจิสติกส์ 4ด้าน ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน, ด้านฐานข้อมูล, ด้านการเชื่อมโยงข้อมูล และด้านการพัฒนาบุคลากร และในเดือนพฤศจิกายน 2547 ได้มีการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ซึ่งทางหอการค้าไทย, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันนำเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานภาคเอกชนซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น 16 องค์กรอันได้แก่ 
1) สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
2) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
3) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
4) สมาคมธนาคารไทย
5) สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
6) สมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือกรุงเทพฯ
7) สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย
8) สมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์
9) สมาคมเจ้าของเรือไทย
10) สมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย
11) สมาคมขนส่งสินค้า
12) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย
13) สมาคมไทยโลจิสติกส์และการผลิต
14) มูลนิธิโลจิสติกส์และการขนส่ง (ไทย)
15) สมาคมบริการงานจัดซื้อและซัพพลายเชนแห่งประเทศไทย
16) สมาคมการค้าธุรกิจการบินขนส่งสินค้า