Romnalin

Romnalin

 

 

ทุนจีนสนตั้งรง.ผลิตรางรถไฟ ‘อิตาเลียนไทย’-‘ซิโน-ไทย’พร้อมอ้าแขนรับ

อิตาเลียนไทยอ้าแขนรับจีนลงทุนตั้งโรงผลิตเหล็กผลิตรางรถไฟในไทยเชื่อได้ประโยชน์ด้านต้นทุนลดลงพร้อมด้านซิโน-ไทยเผยทุนจีนหลายรายตามจีบ ส่วนร.ฟ.ท.เผยปริมาณใช้รางรถไฟทางคู่เฟสแรกและเฟส 2 รวมเกือบ 3 แสนตัน  

 

 

อาคมสั่งคุมเข้ม! แอร์พอร์ตลิงก์

 

รมว.คมนาคม สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำชานชาลารถไฟฟ้า หลังเกิดเหตุหญิงพลัดตกราง เสียชีวิต ด้านแอร์พอร์ตลิงก์ ยืนยันพยายามเบรกแล้ว แต่ไม่ทัน พร้อมเยียวยาเต็มที่

 

วันที่ 20 มิ.ย.60–นายวิสุทธิ์ จันมณี กรรมการ รักษาการกรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด แถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีนางสาวรสรินทร์ เปลี่ยนหล้า ที่กำลังตั้งครรภ์ 6 เดือน มีอาการวูบ พลัดตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ สถานีบ้านทับช้าง ฝั่งมุ่งหน้าไปยังสถานีหัวหมาก ก่อนถูกขบวนรถไฟฟ้า ที่กำลังเคลื่อนเข้าสู่ชานชาลา ทับร่างเสียชีวิตว่า จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้ตายได้ก้าวเดินออกมาจากหลังเส้นเหลือง และมีอาการวูบ พลัดตกลงไปในราง ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเบรกหยุดรถ ตามระเบียบข้อบังคับแล้ว แต่ไม่ทันการณ์ เนื่องจากขบวนรถไฟฟ้ามีความเร็วปกติที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะชะลอความเร็วเหลือเพียง 60 กิโลเมตร ก่อนเข้าสู่พื้นที่อาคารผู้โดยสาร ที่ระยะทางประมาณ 200 เมตร แต่ในช่วงเกิดเหตุ ผู้ตายพลัดตกลงไปราง บริเวณต้นทางเข้าสถานี จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทัน

 

ขณะที่นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รองกรรมการ ผู้อำนวยการ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแอร์พอร์ตลิงก์ พร้อมช่วยเหลือในการทำศพ เป็นเงิน 4 หมื่นบาท และจะชดเชยตามกรมธรรม์ประกันภัยอีก 4 แสนบาท ซึ่งขึ้นอยู่กับคดีต่อไป

 

ทั้งนี้นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เพื่อป้องกันเหตุผู้โดยสารตกรางรถไฟซ้ำอีก ขณะนี้แอร์พอร์ตลิงก์ จัดสรรงบประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อประตูกระจกกั้นอัตโนมัติ โดยจะติดตั้งเพิ่มเติมใน 8 สถานีที่เหลือ ก่อนหน้านี้ติดตั้งไปเพียง 1 สถานี บริเวณสถานีสนามบินสุวรรณภูมิ ล่าสุดยังอยู่ระหว่างจัดหาผู้รับเหมาติดตั้ง โดยกำหนดให้ยื่นซองประกวดราคา ภายในวันที่ 29 มิถุนายน และแข่งขันประกวดราคา ในวันที่ 27 กรกฎาคม เบื้องต้นคาดว่า จะเซ็นสัญญาจ้าง ได้กลางเดือนสิงหาคมนี้ และทยอยติดตั้งได้ในเดือนมีนาคมปีหน้า เริ่มจากสถานีพญาไท และสถานีลาดกระบัง


ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ระหว่างรอการติดตั้งประตูกระจกกั้นอัตโนมัติ ได้สั่งการให้ผู้บริการรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง ทั้งแอร์พอร์ตลิงก์ บีทีเอส และเอ็มอาร์ที เพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำชานชาลา ในทุกสถานีเพื่อตรวจตราความปลอดภัย เพราะบางสถานีมีผู้โดยสารมาก บางคนอาจจะไม่ทราบ และเดินเข้าไปยังพื้นที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย

 

สำหรับประตูกระจกกั้นอัตโนมัติ หรือประตูกั้นชานชาลา ( Platform screen doors) เป็นที่นิยมใช้กันทั่วโลก เริ่มใช้เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2504 ที่สถานีรถไฟใต้ดิน ในเมืองเซนต์ปีเตอร์ ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นประตูกั้นในรูปแบบลิฟต์แนวราบ เนื่องจากเป็นสถานี ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก และเป็นสถานีที่มีเครื่องปรับอากาศ

 

 

 ส่วนประตูกั้นชานชาลาที่ใช้กัน มีทั้งหมด 3 ประเภท คือ

1.ประตูกั้นเต็มความสูง จากพื้นถึงเพดาน มักใช้ในสถานีที่มีระบบปรับอากาศ เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน ในประเทศไทย (บานประตูทั้งหมด ผลิตจากบริษัทไทย แต่เครื่องควบคุมเป็นของฝรั่งเศส)

2.ประตูกั้นเกือบเต็มความสูงของเพดาน เพื่อเว้นช่องไว้สำหรับระบายอากาศ มักติดตั้งในสถานีที่ไม่ได้ติดตั้งระบบปรับอากาศ

3.ประตูกั้นป้องกันคนตก ที่มีความสูงตั้งแต่ 1.30 เมตร ถึง 1.70 เมตร เช่น ประตูกั้นรถไฟฟ้าบีทีเอส

 

ซึ่งจุดมุ่งหมายของการติดตั้งประตูกั้นเหล่านี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุคนตกราง และรักษาอุณหภูมิภายในชานชาลา แต่ละแห่ง นอกจากนี้ อีกเรื่องที่หลายประเทศให้ความสำคัญ ในระบบการขนส่งสาธารณะ คือ สิทธิพิเศษของผู้หญิงตั้งครรภ์ และผู้พิการ โดยเฉพาะที่ประเทศอังกฤษ จะมีการแจกป้าย หรือเข็มกลัด baby on board badge ให้กับหญิงตั้งครรภ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประจำสถานี คอยอำนวยความสะดวกต่างๆ นั่นเอง


ที่มา   http://www.thansettakij.com/content/165617

 

 



ครม.ไฟเขียว 212 ล้านบาท เสริมภาพลักษณ์ ชวนนักลงทุน บูมอีอีซี

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 จำนวน 212 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้กับสำหรับการบริหารสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (สกรศ.) ในการจัดทำแผนการลงทุน เสริมสร้างภาพลักษณ์และการสื่อสาร จัดทำมาตรการชักชวนนักลงทุนและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว ในปีงบประมาณ 2560 ประกอบด้วย 1.ค่าใช้จ่ายบริหารสำนักงาน จำนวน 10,905,900 บาท 2.ค่าจัดทำแผนการลงทุน จำนวน 121,956,000 บาท 3.ค่าเสริมสร้างภาพลักษณ์และการสื่อสาร จำนวน 30,000,000 บาท 4.ค่าจัดทำมาตรการชักชวนนักลงทุน จำนวน 11,052,800 บาท และ 5.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและดำเนินกิจกรรมในต่างประเทศชั่วคราว จำนวน 38,358,800 บาท


ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการจัดทำแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 8 แผนงานย่อย ประกอบด้วย 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2.การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือสัตหีบและบริการโลจิสติกส์ต่อเนื่อง 3.การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย 4.การพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ 5.การพัฒนาศูนย์กลางการเงิน 6.การพัฒนาบุคลากร การศึกษา การวิจัย และเทคโนโลยี 7.การพัฒนาเมืองใหม่ ฉะเชิงเทรา-พัทยา-ระยอง และ 8.การประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศโดยรวม 


ที่มา   http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1497957062

 

 


ค้าชายแดนไทย 4 เดือนแรกกว่า 3.54 แสนล้าน มาเลย์อันดับ 1


ค้าชายแดนไทยกับเพื่อนบ้านยังรุ่ง 4 เดือนแรกปี 60 มูลค่ากว่า 3.54 แสนล้านบาท โต 4.3% ค้ากับมาเลเซียยังมาอันดับ 1 ตามด้วยลาว เมียนมา

 

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการลดอุปสรรคในการส่งออก เพื่อให้เกิดความคล่องตัวทางการค้า แสวงหาตลาดที่มีศักยภาพ เพื่อขยายฐานการค้าการลงทุน รวมทั้งส่งเสริมการค้าชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เศรษฐกิจการค้าขยายตัวและเติบโตไปด้วยกัน


 ในปี 2559 การค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา) มีมูลค่ารวม 1.01 ล้านล้านบาท เป็นการส่งออกมูลค่า 605,000 ล้านบาท นำเข้าประมาณ 407,900 ล้านบาท โดยไทยได้ดุลการค้าประมาณ 197,000ล้านบาท

สำหรับช่วง 4 เดือนแรกของปี 2560 (ม.ค.-เม.ย 60) การค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีมูลค่าการค้ารวม 354,577 ล้านบาท มูลค่าเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 4.36 % โดยเป็นการส่งออกมูลค่า 222,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.54 % และการนำเข้ามูลค่า 132,258 ล้านบาท ลดลง 4.61 % ไทยได้ดุลการค้ารวมทั้งสิ้น 90,059 ล้านบาท


การค้าชายแดนระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย (ม.ค.-เม.ย 60) มีมูลค่ารวม 186,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 14.5 % โดยมีการส่งออกมูลค่า 105,796 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 29.2 % มีการนำเข้ามูลค่า 80,274 ล้านบาท ลดลง 0.36 % ซึ่งมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง ได้แก่ สินค้ายางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง และถุงมือยาง (ในเดือน เม.ย 60 มูลค่าการส่งออกลดลงจากเดือนก่อนประมาณ 20.5 % เนื่องจากราคายางพารา มีแนวโน้มลดลง) นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า แผงวงจรไฟฟ้า และไม้แปรรูป ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกไปมาเลเซียลดลง ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ รถยนต์ มอเตอร์ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ส่วนการนำเข้าสินค้าจากมาเลเซีย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ จานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ เครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรม สื่อบันทึกข้อมูล แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า ส่วนประกอบและอุปกรณ์รถยนต์ เครื่องปรับอากาศ

 

ด้านมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทย-เมียนมา (ม.ค.-เม.ย 60) มีมูลค่าการค้าชายแดนรวม 58,498 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.33 % โดยมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 6.38 % แต่มูลค่าการนำเข้าลดลง 32.39 % เนื่องจากก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าหลักราคาลดต่ำลง ตามแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลก

การค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว (ม.ค.-เม.ย 60) มีมูลค่าการค้ารวม 65,459 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 0.35 % ด้านการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา (ม.ค.-เม.ย 60) มีมูลค่าการค้ารวม 44,549 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลง 4.92 %

รัฐบาลตระหนักถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีความร่วมมือกันในด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ทั้งในกรอบพหุภาคีและทวิภาคีเพื่อให้เศรษฐกิจของไทยและประเทศเพื่อนบ้านเติบโตไปด้วยกันสำหรับมูลค่าการค้าชายแดนเป็นตัวชี้วัดหนึ่งในความสำเร็จด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศนางอภิรดี กล่าว


ที่มา  http://www.thansettakij.com/content/165515

 

 

 

สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ขอประชาสัมพันธ์โครงการ TOP TOEIC  ซึ่งเป็นความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชยการสุโขทัย เปิดรับสมัครอบรมภาษาอังกฤษระดับ TOEIC โดยท่านสามารถดูรายละเอียดได้จากเอกสารแนบ และ Link Facebook ดังนี้ https://www.facebook.com/toptoeic/





 

 

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ท่านประธานกิตติมศักดิ์  สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมและเสวนาระดมความคิดเห็นประกอบการจัดทำ(ร่าง)

แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยฉบับที่3 (พ.ศ.2560-2564) โดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อเวลา 09:00น..

ณ ห้องกรกมล ชั้น2 โรงแรมกรกมล ชั้น2 หาโรงแรมเดอะสุโกศล กทม.

 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2560 ดร.ชุติมาพร  หมอนใหญ่ ผู้อำนวยการสมาพันโลจิสติกส์ไทย เข้าร่วมรับฟังการสัมมนา"เสวนาทีดีอาร์ไอ-ACT"ติดตามนโยบายต่อต้านคอร์รับชั่นของรัฐบาล พล อ.ประยุทธ์ "โดย มูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศและองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) ณ โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
 
#ข้อตกลงคุณธรรม
#Cost เปิดเผยข้อมูลโครงการ
#พรบ การจัดซื้อจัดจ้าง
#แก้ไขกฏหมาย
#พรบอำนวยความสะดวก
#พรบข้อมูลข่าวสาร
#มาตรา41/51สิทธิที่ประชาชนควรรู้

 

 

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 คุณวัลภา สถิรชวาล  ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานประสานความร่วมมือภาครัฐและเอกชนประจำพื้นที่ (ครอ.สทก)
ครั้งที่1/2560 เวลา9:30-12:00น. ณ ห้องภาสกรวงศ์ อาคาร1 กรมศุลกากร โดย ท่านสัมพันธ์ จารุรัตนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ เป็นประธานดำเนินการประชุม
 
#3 หลักการคุณธรรม;รับผิดชอบ สุจริต จิตอาสา
#องค์กรคุณธรรม
#กฏระเบียบข้อบังคับ กฏหมายที่เกี่ยวข้อง
 

 


ร่วมแถลงข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์งาน TILOG – LOGISTIX 2017 ณ นครกว่างโจว ประเทศจีน


 

คุณธง ตั้งศรีตระกูล รองประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับเชิญเข้าร่วมแถลงข้อมูลในงานแถลงข่าว TILOG–LOGISTIX 2017

ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ บริษัท รี้ดเทรดเด็กซ์ จำกัด โดยร่วมแถลงข้อมูลในหัวข้อ

China Thailand Logistics Connectivity for Sustainable Growth” ณ โรงแรมเดอะการ์เดน นครกว่างโจว ประเทศจีน  ในวันที่ 28 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานกิตติมศักดิ์ได้รับเชิญเป็นผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมวิพากษ์และประชุมรายงานความก้าวหน้า 6 เดือน  โครงการวิจัย เรื่อง “การติดตามงานและการวิเคราะห์สังเคราะห์งานวิจัยกลุ่มโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ประจำปีงบประมาณ 2559” โดยมี  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิรัญญา  ทองชาติ  สังกัด  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เป็นหัวหน้าโครงการ  ขอนำส่งเอกสารรายงานความก้าวหน้ารอบ  6  เดือน  โดย ท่าน อ.ยงยุทธ แฉล้มวงศ์ เป็นประธานที่ประชุม เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560