Romnalin

Romnalin



เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับเชิญจากสำนักประสานงานชุดโครงการวิจัยด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย  เป็นประธานผู้ทรงคุณวุฒิด้านระบบโลจิสติกส์และโซ่อุปทานโครงการวิจัยด้านโลจิสติกส์ฯ ได้กำหนดการประชุมนำเสนอรายงานความก้าวหน้า 6 เดือน โครงการวิจัยด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานปี 2558 ดังนี้คือ

1.เรื่อง การบริหารการอำนวยความสะดวกทางการค้าสำหรับการขนส่งสินค้าข้ามแดนและผ่านแดนของไทยเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”  โดยมี  รองศาสตราจารย์  ดร.สมพงษ์  ศิริโสภณศิลป์  เป็นหัวหน้าโครงการ  ซึ่งจัดขึ้นในวันจันทร์ที่  30  พฤษภาคม  2559  เวลา  10.00 น.  –  13.00 น.

2.การประชุมนำเสนอร่างรายงานเล่มสมบรูณ์ปิดโครงการวิจัยด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานปี  2557  โครงการ  การศึกษาและวิจัยโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสินค้าเกษตรที่สำคัญโดยมี  นายภูมิศักดิ์  ราศรี  จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร  เป็นหัวหน้าโครงการ  ซึ่งจัดขึ้นในวันจันทร์ที่  30  พฤษภาคม  2559  เวลา  13.00 น. – 14.30 น. 

3.โครงการวิจัย เรื่อง การติดตามงานและการวิเคราะห์สังเคราะห์งานวิจัยกลุ่ม โลจสิติกส์และโซ่อุปทานประจําปี2558”โดยมีดร.สิรัญญา ทองชาติสังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2559 เวลา 14.30น.–15.30น. ณ ห้องประชุม1 ชั้น 15 อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์  สํานักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย

 

 

ภาคเอกชนเสนอตัวขอร่วมลงขันลงทุนก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 จังหวัดชลบุรี มูลค่า 83,000 ล้านบาท แลกกับการขอรับสิทธิสัมปทานเป็นเวลา 60 ปี เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นฐานทัพของท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ระดับโลก ขณะที่ “อาคม” ขอดูข้อกฎหมายให้รอบคอบก่อนเดินหน้า

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลัง พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ประธานกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) นำคณะผู้แทนภาคเอกชน เช่น ตัวแทนจากบริษัท อิตาเลียน ไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริษัท โงวฮก จำกัด และบริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด เข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงนโยบายการลงทุนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะ (เฟส) ที่ 3 จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ ภาคเอกชนดังกล่าวได้รวมตัวกันเสนอแผนงานให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา คือ ต้องการเร่งรัดการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 โดยขอเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด เป็นวงเงิน 83,000 ล้านบาท จากเดิมแยกเป็นภาครัฐลงทุน 37,000 ล้านบาท และภาคเอกชนลงทุน 46,000 ล้านบาท ซึ่งเอกชนขออายุสัมปทานยาว 60 ปี และสิทธิ์ด้านต่างๆซึ่งฝ่ายรัฐ ต้องไปดูในข้อกฎหมายว่าจะดำเนินการได้หรือไม่อย่างไรในรายละเอียดต่างๆ โดยเอกชนจะเสนอรายละเอียดมาให้นายสมคิดพิจารณาต่อไปในเร็วๆนี้

“อายุของสัมปทานตามปกติ เช่น รถไฟฟ้าจะอยู่ที่ 30 ปี และตามปกติอายุสัญญาสัมปทาน จะพิจารณาจากที่ว่าจะใช้เวลา นานเท่าใดถึงจะมีความคุ้มค่าหรือมีความเป็นไปได้ ของการคืนทุนของโครงการ จะเป็นตัวกำหนดอายุสัมปทาน สำหรับโครงการแหลมฉบังเฟส 3 ขณะนี้ กทท.อยู่ระหว่างการเร่งรัดการจัดทำรายงานผล กระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ถ้าปีนี้ทำรายงานอีเอชไอเอแล้วเสร็จ และในปีหน้าหากขออนุมัติให้เอกชนดำเนินการได้ก็จะเริ่มก่อสร้างได้ในปลายปีหน้า คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565-2566 เพื่อเปิดใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้ต่อไป

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเสนอให้ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ควรมีการลงทุนในโครงการ รองรับสินค้าเทกอง และเรือขนาดใหญ่ รวมทั้งการขยายท่าเรือขนส่งรถยนต์ ที่ปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังรับได้ 900,000 คัน เป็นท่าเรือส่งออกรถยนต์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ดังนั้น จึงต้องเตรียมการขยายท่าเรือสำหรับบางเรื่องโดยเฉพาะ อาทิ มีพื้นที่สำหรับการขนส่งรถยนต์ ในท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 เป็นต้น

สำหรับการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังอาจจะยากกว่า 2 เฟสแรก เพราะต้องขุดร่องน้ำให้ลึก 18-20 เมตร ทำเกาะ ทำเขื่อนกันคลื่น ทำให้มีการลงทุนสูง การก่อสร้างจะใช้เวลา 3-5 ปี ถ้าไม่ทำจะเสียโอกาสในอนาคต เพราะว่าท่าเรือแหลมฉบัง เป็นท่าเรือที่มีตำแหน่งที่ตั้งดีมาก สามารถรับสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีคู่แข่งคือเวียดนาม แต่ท่าเรือของเวียดนามทางตะวันออกยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร ดังนั้น สินค้าที่มาจากประเทศเวียดนาม จีน ลาว บางส่วนจึงเอามาลงที่แหลมฉบัง รวมทั้งสินค้าจากเขตเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชา ที่มาจากเมืองปอยเปต และเกาะกง ก็มาลงเรือที่แหลมฉบังเช่นกัน

นายอาคมกล่าวว่า จากการหารือดังกล่าว นายสมคิดได้มอบนโยบายว่า อย่ามองว่าเป็นเพียง ท่าเรือขนสินค้าของประเทศไทยเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องมองว่า จะต้องทำให้เป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศด้วย เพราะหลายๆประเทศก็ทำกัน แทนที่จะพึ่งท่าเรือสิงคโปร์อย่างเดียว ปกติเรา เหมือนท่าเรืออยู่ในซอย เรือใหญ่ๆจะเข้ามาเปลี่ยนลำไม่ค่อยมี จึงต้องสร้างศักยภาพว่าท่าเรือของประเทศไทยก็มีความพร้อมให้ขนถ่ายสินค้าหรือเปลี่ยนเรือที่นี่ได้ หากท่าเรือแหลมฉบังแล้วเสร็จทั้ง 3 เฟส เมื่อรวมกับกำลังปริมาณขนส่งที่ท่าเรือ คลองเตยที่กรุงเทพฯด้วยอีกประมาณ 1 ล้านทีอียู ประเทศไทยจะมีกำลังรองรับปริมาณสินค้าได้ที่ 7 ล้านทีอียู จากปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังรับได้อยู่ที่ประมาณ 3 ล้านทีอียู จะเพิ่มอีก 3 ล้านทีอียู.

 

 

ที่มา  :  www.thairath.co.th

คาดมิ.ย.นี้ปรับเพิ่มค่าโดยสารรถแท็กซี่อีก 5% โดยรมว.คมนาคมจะลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษาหลังสงกรานต์ จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสภาพรถ-ปรับมิเตอร์ใหม่ โดยขึ้นเฉลี่ยก.ม.ละ 50 สตางค์ พร้อมไฟเขียวขึ้นค่าเซอร์ชาร์จแท็กซี่สนามบินด้วย

  

 

 

 

  แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เผยว่า การพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ระยะ 2 อีก 5% มีความเป็นไปได้ว่านายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม จะลงนามเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาหลังสงกรานต์นี้ พร้อมปรับขึ้นค่าเซอร์ชาร์จแท็กซี่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองด้วย โดยแบ่งเป็นแท็กซี่ปกติเก็บ 60 บาท ส่วนรถแวนเก็บ 90 บาท หลังรมว.คมนาคม ลงนามเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะมีผลบังคับใช้เดือนมิ.ย.นี้


 เบื้องต้นนายอาคมรับทราบข้อมูลผลสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการพบว่าอยู่ที่ 75% ซึ่งถือว่าผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไข รวมทั้งยังสั่งให้กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) สำรวจความพึงพอใจเพิ่มเติมการให้บริการในทุกมิติ ทั้งก่อนและหลังหรือระหว่างการใช้บริการด้วย พร้อมกำชับขบ. กำหนดรายละเอียดและมาตรการที่จะสร้างหลักประกันในการให้บริการเพี่อแก้ไขปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร การไม่เรียกเก็บค่าโดยสารตามมิเตอร์


 ด้านนายอาคมกล่าวว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาในการปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่รอบ 2 อีก 5% แต่ยืนยันว่าจะพิจารณาพร้อมกับการปรับขึ้นค่าเซอร์ชาร์จรถแท็กซี่ที่ให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองด้วย ดังนั้นเรื่องนี้ต้องมีความชัดเจนแน่นอน
 

 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดี ขบ. กล่าวว่าจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้กับกระทรวงคมนาคมเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่คาดว่าก่อนที่ รมว.คมนาคม จะตัดสินใจเรื่องนี้จะนัดหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ขบ. และบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) อีกครั้ง และหลังลงนามประกาศจะมีผลบังคับใช้ทันที แต่การปรับราคายังมีขั้นตอนกระบวนการเรื่องการนำรถแท็กซี่เข้ามาตรวจสภาพและปรับจูนมิเตอร์ในอัตราใหม่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน


 ส่วนโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ หากปรับเพิ่มอีก 5% ทำให้อัตราค่าโดยสาร 1 ก.ม.แรก 35 บาท ระยะทาง 1-10 ก.ม. ก.ม.ละ 6 บาท ระยะทาง 10-20 ก.ม. ก.ม.ละ 7 บาท ระยะทาง 20-40 ก.ม. ก.ม.ละ 8 บาท ระยะทาง 40-60 ก.ม. ก.ม.ละ 8.50 บาท ระยะทาง 60-80 ก.ม. เท่าเดิม ก.ม.ละ 9 บาท และ 80 ก.ม.ขึ้นไปเท่าเดิม ก.ม.ละ 10.50 บาท ส่วนค่ารถติดคงเดิมที่ 2 บาทต่อนาที

 

 

 

ที่มา : ข่าวสด

 

สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการ มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพโลจิสติกส์ ครั้งที่ 1/2559 ณ ห้องBoard Room สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ(องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา

เพิ่มเติม ในอัลบั้มภาพกิจกรรม

 

สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยเข้าร่วมวิพากษ์ข้อสอบภาค.รู้/ค.สามารถ/อัตราค่าทดสอบในการประชุมคณะอนุกรรมการการกำหนดมาตรฐานฝีมือแห่งชาติ รองรับAEC การพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมกับสมาคมTLAPS วันที่ 25/03/59 เวลา 09:00-16:00น.ณ ร.ร. ปริ๊นส์ตั้นพาร์ค ดินแดง  

ข้อสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติทั้งภาคความรู้และภาคความสามารถ
กิจกรรมที่1 ประกอบด้วย 6 สาขากล่าวคือ

 

- สาขานักปฏิบัติการขนส่งทางราง
- สาขาพนักงานขนส่งสินค้าผ่านแดนและข้ามแดน
- สาขาพนักงานนำเข้าและส่งออก
- สาขานักปฏิบัติการจัดส่งสินค้าด้วยรถจักรยานยนต์
- สาขานักวางแผนอุปสงค์และอุปทาน
- สาขานักปฏิบัติการลานกองตู้คอนเทนเนอร์สินค้า


กิจกรรมที่2 ประกอบด้วย 4 สาขากล่าวคือ
- สาขาพนักงานบริหารงานโลจิสติกส์
- สาขาพนักงานจัดซื้อและจัดหา
- สาขานักปฏิบัติการขนส่งสินค้าทางถนน


เพิ่มเติม  อัลบั้มภาพกิจกรรม

 

คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย  เป็นประธานคณะทำงานกำหนดกรอบวิจัยด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานประจำปีงบประมาณ 2560 ครั้งที่ 1/2559 ณ สำนักงานวิจัยแห่งชาติ เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา

 เพิ่มเติม  อัลบั้มภาพกิจกรรม

 

 

คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย รับเชิญเป็นประธาน วิพากษ์และตรวจประเมินงานวิจัย หัวข้อโครงการ "การศึกษาศักยภาพและแรงจูงใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลจิสติกส์และโซ่อุปทานเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปของประเทศไทย" โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้นในวันพุธที่ 16 มีนาคม 2559 เวลา 10.00 น. - 13.00 น. ณ ห้องประชุม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ชั้น 19 อาคารเอสเอ็มทาวเวอร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สนามเป้า

 ผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย

- รศ.ดร.วิไลลักษณ์ รัตนะเพียรธัมมะ ม.เกริก
- รศ.ศานิต เก้าเอี้ยน ม.เกษตรศาสตร์


เพิ่มเติม  อัลบั้มภาพกิจกรรม


 

 

สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยเข้าอวยพรและมอบกระเช้าเนื่องในวันขึ้นปีใหม่และตรุษจีน ท่านนายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ นำโดย คุณวัลภา สถิรชวาล เลขาธิการสมาพันธ์ฯ และคุณธง ตั้งศรีตระกูล รองประธานฯ และกรรมการพร้อมน้อมรับคำแนะนำจาก ท่านอจ. หมอฯเพื่อ. การเข้าสู่ "Happy Logistics Society" ณ ชั้น3 ห้องรับรอง อาคารส่งเสริมสุขภาวะ งามดูพลี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา

 

 

สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยเข้าอวยพรและมอบกระเช้าท่านดร.จุฬา สุขมาณพ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (Director General) เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทยและวันตรุษจีน นำทีมโดย คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์ฯ, คุณวัลภา สถิรชวาล เลขาธิการสมาพันธ์ฯและกัปตันณรงค์ ทำประโยชน์ รองประธานฯ และกรรมการพร้อมน้อมรับคำแนะนำจากท่านอธิบดีฯโดยพร้อมเพรียง ณ ชั้น6 ห้องรับรอง กรมการบินพลเรือน เวลา 14.00 น. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 

 

 

สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เข้าร่วมกิจกรรมอาชีวศึกษาทวิภาคี ณ อิมแพค เมืองทองธานี "ตอบรับการเปิด AEC และกำลังคนด้านโลจิสติกส์"

เมื่อวันที่ 29 - 30 มกราคม 2559