Romnalin

Romnalin


งาน Dinner Talk "สองแพร่งเศรษฐกิจ:จุดเปลี่ยนประเทศ"

 
คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ร่วมสนับสนุนการจัดงาน Dinner Talk นำทีมกรรมการและที่ปรึกษาฯเขัาร่วมการสัมมนา หัวข้อ"สองแพร่งเศรษฐกิจ:จุดเปลี่ยนประเทศ" ณโรงแรมเซ็นทารา แกรนท์แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ห้องคอนเวนชั่นฮอล์จัดโดยศิษย์เก่า TEPCoT 1-8 เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา

 


มอบกระเช้าสวัสดีปีใหม่ ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย

สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย นำโดย  คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์ฯ, คุณวัลภา สถิรชวาล เลขาธิการฯ, กัปตันณรงค์ ทำประโยชน์ รองประธานฯเข้ามอบกระเช้าสวัสดีปีใหม่และแสดงความยินดีกับ ท่านเรือเอก สุทธินันท์ หัตถวงษ์ ผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย และส่วนที่เกี่ยวข้อง เมือวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ณ การท่าเรือแห่งประเทศไทย



 


ขอเชิญสมัครร่วมงาน TILOG - LOGISTIX 2016

เนื่องด้วยสำนักธุรกิจบริการและโลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  จัดงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ TILOG – LOGISTIX 2016 วันที่ 21 – 23 กันยายน 2559 ณ  อาคาร 103 – 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ซึงการจัดงานในปีนี้คาดว่าจะได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานและผู้เข้าชมงานมากยิ่งขึ้น อันเนื่องมาจากกระแสตื่นตัวและเห็นความสำคัญของระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานจากผู้ประกอบการในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม 

 ดังนั้น สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย จึงขอเรียนเชิญท่านสมัครเข้าร่วมงานเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ ประชาสัมพันธ์องค์กร สร้างเครือข่ายธุรกิจ เปิดตัวสินค้า เทคโนโลยี หรือ บริการใหม่ๆ ของท่าน ภายในงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ 2559 (TILOG – LOGISTIX 2016)  

  อัตราค่าสมัคร 

พื้นที่เปล่า ขนาด 12 ตรม. (4 x 3 เมตร ) ราคา 15,000 บาท 

คูหามาตรฐาน ขนาด 12 ตรม. (4 x 3 เมตร ) ราคา 25,870 บาท  ( พื้นที่เปล่า 15,000 บาท + อุปกรณ์มาตรฐาน 10,870 บาท ) 

 หมายเหตุ

 - ผู้ที่มีความประสงค์จองพื้นที่เปล่า ต้องจองขั้นต่ำ 2 คูหา 

- พื้นที่มีจำนวนจำกัด

หมายเหตุ   ดาวน์โหลดใบสมัคร ตามไฟล์แนบด้านล่าง

 

สอบถามรายละเอียด และจองคูหา  ติดต่อ  คุณหนึ่ง  084-9311239    

 

Email :   This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.      www.thailog.org


คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยร่วมวิพากษ์ 3โครงการวิจัย โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้ คือ
1. ร.ศ.ดร. ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ TDRI ประธานฯวิพากษ์งานวิจัย สกว.
2. คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย
3. ดร. ศุภฤกษ์ สุขสมาน ม.เกษตรศาสตร์
4.รศ.ดร. ศานิต เก้าเอี้ยน ม.เกษตรศาสตร์
5. ผศ.ดร. วัชรพล ชยประเสริฐ
6. คุณทัศนีย์ เกียรติภัทรภรณ์ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 
โดยร่วมวิพากษ์งานวิจัย 3 โครงการ ได้แก่
1. การศึกษาการจัดทำดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในประเทศไทย” โดยมี ดร.วัชรพล  สุขโหตุ เป็นหัวหน้าโครงการ และ 
2.โครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายเดิมและการสร้างผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายใหม่ของไทยเพื่อรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก” โดยมี ดร.ศุภฤกษ์ สุขสมาน เป็นหัวหน้าโครงการ 
3. การสร้างคุณค่าการบริหารจัดการโช่อุปทานผลิตภัณฑ์ฮาลาลสมุนไพร โดย ทีม ม.เกษตรศาสตร์
 
เมื่อวันที่ 4 ม.ค.59 เวลา 10.30-14.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 22 อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สนามเป้า พญาไท กรุงเทพมหานคร

 

สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย เข้าร่วมงานสัมมนาเสนอผลการศึกษาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจการศึกษาและแรงงาน"โครงการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพภาพระบบเศรษฐกิจ การศึกษาและแรงงาน LEED-X (Labor Economic and Education Data Exchange "ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น3 โรงแรมเซนจูรี พาร์ค 
ราชปรารภ กทม.เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558

 

 

 

ทีมหน่วยตรวจประเมินสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้รับมอบหมายจากกรมการขนส่งทางบกฯเข้าตรวจประเมิน บจก.แปดทิศทรานสปอร์ต จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา

 

คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ท่านประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย รับเชิญเป็นประธานคณะทำงานประเมินงานวิจัย
"รายงานความก้าวหน้า 2 เดือน โครงการ การติดตามและการวิเคราะห์สังเคราะห์ งานวิจัยกลุ่มโลจิสติกส์และโซ่อุปทานประจำปีงบประมาณ 2558" เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา

โดย ดร.สิริญญา ทองชาติ หัวหน้าโครงการวิจัย

ทีมผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย
1. คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย
2. รศ.ดร. ธัญญะ เกียรติวัฒน์ จาก ม.เกษตรศาสตร์
3. คุณปราโมช ร่วมสุข จาก หอการค้ากลุ่มตะวันออก,
4. ดร. นันท์ บุญยฉัตร จาก กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, 
5. ร.ศ.ดร.สมยศ เชิญอักษร สกว.
6. ผศ.ดร. ปนัดดา กสิกิจวิวัฒน์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
‪#‎เมื่อภาคอุตสาหกรรมเกษตร‬ ต้องประสบปัญหาวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการแปรรูปหรือกรรมวิธีอื่นๆ#

คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ท่านประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการ Steering Committee ครั้งที่ 4/2558 โครงการบริหารแผนแม่บทการพัฒนาระบบโลจิสติกส์อุคสาหกรรม สำนักโลจิสติกส์ กรมอุสาหกรรมในพื้นฐานและการเหมืองแร่ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเดอะสุโกศล

 

 

ไปรษณีย์ไทยรับอานิสงส์ค้าขายออนไลน์ดันรายได้โต โดยเฉพาะขนส่งสินค้าตลาดโรงเกลือ ยอดส่งทะลุ 52% ลุยปรับระบบขนส่งสินค้า สร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ หนุนนโยบายรัฐบาลตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษและค้าขายชายแดนไทย–กัมพูชา ก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

นายปิยะวัตร์ มหาเปารยะ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21-22 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เยี่ยมชมที่ทำการไปรษณีย์ 3 แห่ง ได้แก่ สระแก้ว, อรัญประเทศ, ตลาดโรงเกลือ เพื่อให้เห็นสภาพตลาดขนส่งและโลจิสติกส์ที่แท้จริง โดยปัจจุบันการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายพัฒนา จ.สระแก้วให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เชื่อมโยงการค้าประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ไปรษณีย์ไทยต้องเร่งพัฒนาคุณภาพบริการและสร้างเครือข่ายการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2559

สำหรับการเติบโตของธุรกิจไปรษณีย์ไทยในพื้นที่เชื่อมต่อการค้าชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ถือว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นมาก โดยมีการส่งพัสดุด่วนพิเศษในประเทศ (EMS) และพัสดุลงทะเบียน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ทำการไปรษณีย์ตลาดโรงเกลือ มียอดรายได้จากการส่งสินค้าเพิ่มขึ้นเป็น 22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มียอดรายได้ 14 ล้านบาท และเชื่อว่าทั้งปียอดรายได้ทะลุ 30 ล้านบาทอย่างแน่นอน

“ต้องยอมรับว่าอัตราการเติบที่เพิ่มสูงขึ้นมานั้น เป็นผลจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือการค้าขายสินค้าผ่านออนไลน์ ที่ผู้ประกอบการร้านค้ารายเล็กที่อยู่ในกรุงเทพฯและที่อื่นๆ ทั่วประเทศ สั่งให้ร้านค้าในตลาดโรงเกลือเป็นผู้จัดส่งสินค้าไปยังปลายทาง ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบในอดีตมาก ที่จากเดิมผู้ขายจะเดินทางมาด้วยตัวเองเพื่อเลือกซื้อสินค้าไปขาย แต่ปัจจุบันจะสั่งซื้อสินค้าผ่านสมาร์ทโฟน ผ่านไลน์ ซึ่งผู้ซื้อจะบอกที่อยู่ปลายทางเพื่อจัดส่ง ทางผู้ขาย แม้จะเป็นชาวกัมพูชา ก็จะนำชื่อที่อยู่ในโทรศัพท์ ไปพิมพ์ แล้วนำไปส่งพัสดุที่ไปรษณีย์ ซึ่งไปรษณีย์ไทยจะอำนวยความสะดวกทุกอย่าง และบางครั้งช่วยติดต่อประสานงานเรื่องการชำระเงินให้ด้วย และหากสินค้านั้นไม่ถึงผู้รับ ก็นำส่งคืนผู้ฝาก ซึ่งถือว่าได้รับความไว้วางใจมาก”

ส่วนสินค้าที่มีการสั่งมากสุด ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องแต่งกาย สินค้าสตรี และเครื่องมือเครื่องใช้ โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน สำหรับสินค้ามือสอง จะเป็นรองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า กางเกงยีนส์ มาจากประเทศแถบยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตลาดโรงเกลือเป็นอีกสถานที่ที่ได้รับความนิยมในการมาจับจ่ายซื้อสินค้า โดยบางคนจะเรียกว่าตลาด “เสิ่นเจิ้น” เมืองไทย เพราะมีสินค้าคล้ายกันเกือบทุกชนิด

“ไปรษณีย์ไทยพร้อมรองรับการเปิดประชาคมเออีซีและพร้อมจะขับเคลื่อนทุกภาคธุรกิจของคนไทยไปสู่เวทีโลกและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยความรู้จริงรู้จักทุกตารางนิ้วทุกพื้นที่ของไทย รู้ใจในความต้อง การที่หลากหลาย ให้บริการด้วยความจริงใจและเป็นเครือข่ายชีวิต และเศรษฐกิจไทยตลอดไป”

นายปิยะวัตร์กล่าวยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยซบเซา คนจับจ่ายใช้สอยน้อยลง แต่ไปรษณีย์ไทยยังคงมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นนั้น นอกจากเป็นผลจากการประหยัดค่าใช้จ่ายภายในไปรษณีย์แล้ว ยังเป็นผลจากการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเป็นจากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นด้วย โดยคาดว่าทั้งปีจะมีรายได้ 22,000 ล้านบาท กำไรสุทธิราว 2,200 ล้านบาท โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.58) มีรายได้รวม 11,048 ล้านบาท กำไร 1,361 ล้านบาท ถือว่าเกินเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

นอกจากการพัฒนาระบบไปรษณีย์ไทยในประเทศแล้ว ยังร่วมมือเพื่อการพัฒนาบริการไปรษณีย์และบริการการเงินระหว่างการไปรษณีย์กัมพูชา ทั้งส่งพัสดุ จดหมาย โดยขยายน้ำหนักจาก 20 กิโลกรัม (กก.) เป็น 30 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มปริมาณการส่งให้มากขึ้น อีกทั้งยังมีข้อตกลงการให้บริการธนาณัติอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ ผ่านระบบอินเตอร์คอนเนกระหว่างกัน

นายกาหลง ทรัพย์สอาด รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้เตรียมการรองรับการขยายตัวของการส่งพัสดุ และการเข้าสู่ประชาคมเออีซี ด้วยการจัดตั้งศูนย์ไปรษณีย์กบินทร์บุรี เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณงานไปรษณีย์ในพื้นที่ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดมาก โดยศูนย์ไปรษณีย์กบินทร์บุรีนี้จะเป็นจุดกระจายสินค้าทั้งในและระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียนอีกด้วย

อีกทั้งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการนำจ่าย โดยการพัฒนาระบบนำจ่ายเพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วยการนำจ่ายโดยรถยนต์ การพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศของบุคลากร และเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่บุคลากร เพื่อรองรับการเปิดเสรีด้านบริการและการลงทุนในประชาคมเออีซี รวมไปถึงการเรียนรู้ภาษาที่ 3 ของบุคลากรในพื้นที่เขตการค้าชายแดนด้วย

“ไปรษณีย์ไทยได้ลงทุน 16.8 ล้านบาท ซื้อที่ดิน 14 ไร่ เพื่อจัดตั้งศูนย์ไปรษณีย์กบินทร์บุรีโดยใช้เงินก่อสร้าง 90 ล้านบาท และอีก 10 ล้านบาท สำหรับการวางระบบเครื่องและอุปกรณ์ในการให้บริการกิจการไปรษณีย์ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในกลางปี 2559 นี้ ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพการนำจ่ายพัสดุต่างๆได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”.

 

ที่มา    http://www.thairath.co.th/content/520302

 

นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าเส้นทางต่างๆ ของ รฟม.ว่า การดำเนินงานมีความคืบหน้าต่อเนื่อง สายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ การก่อสร้างงานโยธาเสร็จ 100% ระบบรถไฟฟ้าคืบหน้า 72% ขบวนรถไฟฟ้าเริ่มทยอยส่งมอบเดือนกันยายนนี้-มกราคม 2559 ใช้เวลาทดสอบระบบ 4 เดือน ประมาณเดือนพฤษภาคม 2559 จะเปิดทดลองเดินรถ และเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการเดือนสิงหาคม 2559 

นายพีระยุทธกล่าวถึงส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าใต้ดินจากสถานีบางซื่อ-สถานีเตาปูน ระยะทาง 1 กิโลเมตร รวม 1 สถานี ว่าการเจรจากับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล ได้ข้อยุติแล้ว อยู่ระหว่างร่างสัญญาร่วมเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ สายสีเขียว ช่วงแริ่ง-สมุทรปราการ การก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 65% และ 61% ตามลำดับ น่าจะเสร็จตามแผน โดยสายสีเขียวจะแล้วเสร็จไม่เกินต้นปี 2560 สายสีน้ำเงินเสร็จปี 2561-2562 เป็นต้น


ที่มา :  http://www.matichon.co.th